วันพุธที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2559

โรงเรียนอัสสัมชัญสมุทรปราการ

💥หลายวันก่อนผมได้รับไลน์จากหลวงพี่ภูริ ท่านจะนิมนต์ไปให้ช่วยเทศน์ที่โรงเรียนอัสสัมชัญสมุทรปราการ ผมจึงหยิบมือถือมาดูปฏิทินว่าวันนั้นมีไปสอนที่ไหนไหม ปรากฏว่าว่างพอดีจึงรับนิมนต์ ท่านได้ให้ข้อมูลสำหรับการเทศน์ครั้งนี้ว่า ให้เทศน์ในหัวข้อความกตัญญู แต่เนื่องจากเป็นเด็ก EP (English program) สไลด์ที่ผมจะใช้สอนจึงต้องทำเป็นสองภาษา คือ ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ อีกอย่างการเทศน์ให้เด็กในเครืออัสสัมชัญครั้งนี้เป็นครั้งแรก ก็อยากจะลองดูว่าจะเป็นอย่างไร 

👨สมัยผมเด็กๆก็มีรุ่นพี่ที่เขาไปเรียนโรงเรียนอัสสัมเหมือนกัน นอกจากเครื่องแบบนักเรียนที่ต่างกันแล้วในเรื่องความสามารถทางภาษาอังกฤษที่นี้ก็มีชื่อเสียงอยู่เหมือนกัน ตัวผมเองเนี่ยขอบอกเลยว่าตั้งแต่เด็กแล้วไม่ชอบภาษาอังกฤษเอาเสียเลย เพราะคิดว่าเรียนไปก็ไม่ได้ใช้ พอเรียนมหาลัยก็เลยเลือกเรียนวิศวะคิดว่าเป็นคณะที่เรียนง่ายที่สุดแล้ว และคิดว่าภาษาอังกฤษคงจะน้อย แต่ที่ไหนได้หนังสือภาษาอังกฤษมาเป็นเล่มๆเลย5555 

👏หัวข้อเรื่อง "ความกตัญญู" เอ...เราจะสอนอย่างไรให้น่าสนใจ ถ้าเราเอาความกตัญญูมาผูกกับเรื่องกำลังใจที่นำไปสู่ความสำเร็จในชีวิตล่ะ อืม...น่าจะใช้ได้เลยนะครับ ผมก็นั่งทำสไลด์คัดสื่อบวกลบเวลาให้พอดี พอทำต้นฉบับเสร็จก็ส่งไปให้โยมพี่อุบาสิกาช่วยใส่ภาษาฝรั่งให้ ถ้าผมใส่เองก็คงไม่พ้น google ช่วย กลัวจะไม่ถูกลงถูกหลักภาษาเขา5555








😄ใกล้วันที่จะไปผมก็ทราบข่าวว่าวันที่เราจะไปโรงเรียนอัสสัมชัญสมุทรปราการนั้นมีแขกจะมาเยี่ยมที่วัดก็​กลัว​จะ​ไม่ได้​อยู่​ร่วม​ดูแลแขก​ และหน้าที่ไปสอนเด็กน้อยนี้เป็นบุญต้องรับผิดชอบก็ว่าจะรีบไปรีบกลับวัดให้ไวๆ และส่วนตัวผมคิดว่าแขก​ที่​จะมา​เยี่ยม​วัด​ก็​เป็น​อดีต​เด็ก​ทั้งนั้น​ ถ้า​ตอนเด็กได้รับการอบรมฝึกฝนให้เป็นเด็กเก่งและดี โตขึ้นก็จะเป็นผู้ใหญ่ที่เก่งและดี เวลามาเยี่ยมวัดเราก็จะเป็นแขกที่น่ารัก "ไม่รังแก​ใคร" คิดดังนี้ก็ตัดใจออกไปทำหน้าที่ซะเลย

💬วันเดินทางมีผมกับหลวงพี่ภูริ โยมพี่สารถีผู้ชายหนึ่งคน และโยมพี่อุบาสิกาหนึ่งคน แปดโมงกว่าๆเราก็ออกเดินทางไปสมุทรปราการกัน ผมได้ทราบข้อมูลเพิ่มเติมว่าโรงเรียนนี้ก็เป็นโรงเรียนเก่าที่หลวงพี่ภูริท่านเคยเรีย และบังเอิญโยมเพื่อนท่านสมัยเรียนก็มาเป็นอาจารย์สอนที่นี่ ออ...ผมสังเกตอีกอย่างคือเขาจะเรียกคำนำหน้าชื่ออาจารย์ผู้ชายว่ามาสเตอร์ เรียกคำนำหน้าชื่ออาจารย์ผู้หญิงว่ามิส ก็คงเรียกในแบบโรงเรียนคริสต์มังผมว่านะ

👺เราเดินทางมาถึงโรงเรียนก็สิบโมงกว่าๆ เนื่องจากรถติดมากๆๆๆ แต่ก็ทันสอน แรกเข้ามาในเขตโรงเรียนก็เห็นอาคารใหญ่โตใช้ได้เลยแหละครับ เห็นเด็กๆประถมวเล่นกันอย่างสนุกสนาน ผมชอบได้ยินเสียงเด็กเล่นกันฟังแล้วใจมันเบิกบานยังไงก็ไม่รู้
 

🙋ช่วงก่อนเที่ยงเราจะสอนเด็กประถมช่วงบ่ายโมงเราจะสอนเด็กมัธยมกัน อาคารที่เราจะเข้าไปใช้สอนเด็กเป็นโซนอาคาร EP ทั้งเด็กและอาจารย์จะพูดภาษาอังกฤษกันหมดเลยครับ พออาจารย์เห็นพระสองรูปเดินมาท่านก็สั่งให้เด็กไหว้พระเป็นภาษาอังกฤษ ผมได้ยินประมาณว่า "มังบราๆๆๆ" อะไรเนี่ยแหละ แล้วเด็กก็หันมาไหว้ด้วย หูยยยยย... เป็นสมัยผมนี่ได้แค่ ดิส อิส อะ แคท อยู่เลยครับ5555

💗ห้องที่เราใช้เทศน์ก็เป็นห้องสมุดในอาคารนี้แหละครับ แต่ผมไปเจอสิ่งที่สุดยอดอีกเรื่องหนึ่ง คือ ที่โรงเรียนนี้มีห้องน้ำพระด้วย ยังไม่พอโรงเรียนนี้มีห้องปฏิบัติธรรมของด้วย ตอนแรกผมคิดว่าจะมีแค่ของศาสนาคริสต์เสียอีก

เทศน์ครั้งนี้พระจะขึ้นเทศน์คู่กัน โดยหลวงพี่ภูริท่านจะเกริ่นเป็นภาษาอังกฤษก่อน พอถึงผมก็อัดภาษาไทยโลดพอถึงหน้าสไลด์ผมก็ให้เด็กอ่านภาษาอักฤษ ก็ผมกลัวออกเสียงไม่ตรงนี่น่า5555 เดี๋ยวเด็กจะไม่เข้าใจ อิๆ 




😆รอบสายเสร็จเราก็ไปฉันเพลที่โรงอาหาร จากนั้นก่อนเทศน์รอบบ่ายโยมอาจารย์ที่เป็นเพื่อนสมัยเรียนของหลวงพี่ภูริท่านก็พาชมอาคารสถานที่ โดยเฉพาะอาคารหลังใหม่มีห้องสมุดและห้องกิจกรรมต่างๆ ผมเห็นห้องสมุดครั้งแรกนี่อยากกลับไปเป็นเด็กเลยละครับ ห้องสมุดสวยมาก มีแอร์ มีหนังสือมากมาย มีมุมอ่านหนังสือเจ๋งๆ ผมว่าเทียบกับในมหาลัยได้สบายๆเลยละครับ



👶ช่วงท้ายของการเทศน์ในแต่ละรอบผมก็จะให้เด็กๆได้สวดธัมมจักฯกันด้วครับ เด็กที่นี่ตั้งใจฟังธรรม แถมได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เอื้ออำนวยในการศึกษา และมีครูอาจารย์ที่มีหัวใจใฝ่ธรรมะด้วย ก็จะทำให้เด็กที่จบจากที่นี้ไปเป็นเด็กเก่งและดีแน่อนอนครับ



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น