วันเสาร์ที่ 3 กันยายน พ.ศ.2559 ทางชมรมพุทธศาสตน์สากลฯได้จัดกิจกรรมอบรมกฐินสัมฤทธิ์และมอบผ้าไตรกฐินสัมฤทธิ์ให้กับน้องนักเรียนที่จะไปเป็นประธานทอดกฐินสัมฤทธิ์ ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจเกี่ยวกับการทอดกฐินสัมฤทธิ์ก่อนว่าจะต่างจากการทอดกฐินธรรมดาอย่างไร การทอดกฐินสัมฤทธิ์ก็เหมือนๆกับการทอดกฐินธรรมดาเนี่ยแหละ แต่จะไปทอดกันที่วัดที่ไม่มีเจ้าภาพไปทอด หรือที่เรารู้จักกันว่ากฐินตกค้างนั้นเองครับ หลวงพ่อท่านเห็นปัญหาตรงนี้ว่าถ้าไม่มีใครมาทอดกฐินตามวัดต่างๆ ศาสนสถานต่างๆ ก็จะไม่ได้รับการทำนุบำรุง พุทธศาสนาก็ยากที่จะสืบทอดต่อไปได้ จากเหตุการณ์นี้หลวงพ่อธัมมชโยท่านจึงได้มอบผ้าไตรและปัจจัยทำบุญให้กับโรงเรียนที่เข้าโครงการเอาไปทำหน้าที่กัน หลังจากรับผ้าไตรครั้งนี้เด็กน้อยก็จะไปทำหน้าที่กัน ไปติดต่อวัด ไปบอกบุญ ไปปัดกวาดทำความสะอาดวัด ฯลฯ และได้ทราบข่าวปีก่อนๆเด็กน้อยไปบอกบุญกันได้มากมาย แบบที่ผู้ใหญ่อย่างเราๆคิดไม่ถึงกันเลยทีเดียวครับ ถ้าผมอายุเท่านั้นคงไปเที่ยววิ่งเล่นกระโดดน้ำอยู่เลย 55555
ในปีนี้ผมก็มาช่วยมอบผ้าไตรกฐินเช่นเคย โดยกิจกรรมนี้จัดขึ้นที่วิหารคด ค.4 เวลาประมาณบ่ายสาม แต่ก่อนหน้านั้นเขาก็จัดการอบรมการทำหน้าที่การจัดงานทอดกฐินสัมฤทธิ์ ทั้งการจัดสถานที่ พิธีกรรม การบอกบุญ ฯลฯ
ช่วงมอบผ้าไตรจะมีพระอาจารย์ 9 รูป นั่งอยู่บนสเตท เด็กน้อยก็จะเข้ามาทีละหน้ากระดาน หน้ากระดานละ 9 คน รับผ้าไตรกฐินสัมฤทธิ์แล้วก็จะแยกซ้ายขวาไปต่อแถวด้านหลังเพื่อรอถ่ายรูปหมู่ ผมก็รับบุญมอบผ้าไตรให้เด็กน้อยไปทีละคนทีละคน จู่ๆ ผมก็สังเกตเห็นเด็กคนหนึ่งแปลกจากเด็กคนอื่น คือ ปกติเด็กคนอื่นใส่เสื้อนักเรียนสีขาวๆ แต่เด็กคนนี้เสื้อสีขาวหมองๆเหลืองๆ ผมดูชื่อที่เสื้อแต่ไม่ทันอ่านชื่อน้องหรอกครับ ผมเห็นว่าเสื้อตัวนี้น่าจะเคยมีเจ้าของมาแล้วแน่นอน เพราะมีรอยปักชื่อของคนเก่าอยู่ หน้าตาน้องก็ดูมอมๆ แต่ยิ้มแย้มแจ่มใส แววตาเปี่ยมไปด้วยหัวใจแห่งนักสร้างบารมี
ทำให้ผมหวนนึกถึงเรื่องหนึ่งที่เคยได้ยินได้ฟังมาครั้งสมัยมาวัดตอนเป็นนิสิตมหาวิทยาลัย นั้นก็เรื่องของ "นายติณบาล" เรื่องมีอยู่ว่าในสมัยของพระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้า นายติณบาลยากจนมาก ยากจนขนาดไม่มีชื่อ โห! มีด้วยแฮะ สมัยนี้จนแค่ไหนก็ยังมีชื่อเลย น่าคิดๆ นายติณบาลอาศัยอยู่กับท่านเศรษฐีและท่านเศรษฐีนี่แหละที่ตั้งชื่อให้ว่าติณบาล แปลว่า ผู้ดูแลรักษาหญ้า วันหนึ่ง ท่านเศรษฐีต้องการทำบุญทอดกฐิน จึงแจ้งข่าวให้เหล่าบริวารทราบ เพื่อให้ได้มาร่วมบุญกับท่าน ข่าวบุญกฐินนั้นได้มาถึงนายติณบาล เขาเกิดจิตศรัทธาอยากร่วมบุญกฐินกับท่านเศรษฐีด้วย แต่เขาไม่มีทรัพย์ใดติดตัวเลย ที่บ้านก็ไม่มี มีแค่ผ้าที่ใส่อยู่ นายติณบาลอยากร่วมบุญมากๆ เลยได้ตัดสินใจเอาผ้าที่ใส่อยู่นี่แหละไปขาย ก่อนไปขายในตลาดก็เอาใบไม้มานุ่งแล้วมุ่งหน้าสู่ตลาด ชาวบ้านพ่อค้าแม่ขายเห็นนายติณบาลนุ่งใบไม้มาก็หัวเราะใส่กันใหญ่ แต่นายติณบาลไม่โกรธแต่กลับพูดว่า “พวกท่านอย่าหัวเราะเราเลย เราจะนุ่งใบไม้เป็นชาติสุดท้าย ชาติหน้าเราจะนุ่งผ้าทิพย์" นายติณบาลขายผ้าได้เงินมาห้ามาสก ก็กลับไปปรึกษาท่านเศรษฐีว่าจะนำเงินนี้ไปทำบุญอย่างไรดี ท่านเศรษฐีก็แนะนำให้ไปซื้อเข็มกับด้ายมาเป็นบริวารกฐิน นายติณบาลก็กลับไปตลาดอีกครั้งเพื่อซื้อเข็มกับด้าย ชาวบ้านเห็นนายติณบาลอีกครั้งก็หัวเราะกันอีก นายติณบาลก็ไม่ได้สนใจอะไร รีบนำเข็มกับด้ายมาร่วมบุญกับท่านเศรษฐี เรื่องการกระทำอันยิ่งใหญ่รู้ไปถึงท้าวสักกะ ท้าวสักกะเลยลงมาหานายติณบาลเพื่อให้พร เขาได้ขอพรกับท้าวสักกะว่า
ทำให้ผมหวนนึกถึงเรื่องหนึ่งที่เคยได้ยินได้ฟังมาครั้งสมัยมาวัดตอนเป็นนิสิตมหาวิทยาลัย นั้นก็เรื่องของ "นายติณบาล" เรื่องมีอยู่ว่าในสมัยของพระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้า นายติณบาลยากจนมาก ยากจนขนาดไม่มีชื่อ โห! มีด้วยแฮะ สมัยนี้จนแค่ไหนก็ยังมีชื่อเลย น่าคิดๆ นายติณบาลอาศัยอยู่กับท่านเศรษฐีและท่านเศรษฐีนี่แหละที่ตั้งชื่อให้ว่าติณบาล แปลว่า ผู้ดูแลรักษาหญ้า วันหนึ่ง ท่านเศรษฐีต้องการทำบุญทอดกฐิน จึงแจ้งข่าวให้เหล่าบริวารทราบ เพื่อให้ได้มาร่วมบุญกับท่าน ข่าวบุญกฐินนั้นได้มาถึงนายติณบาล เขาเกิดจิตศรัทธาอยากร่วมบุญกฐินกับท่านเศรษฐีด้วย แต่เขาไม่มีทรัพย์ใดติดตัวเลย ที่บ้านก็ไม่มี มีแค่ผ้าที่ใส่อยู่ นายติณบาลอยากร่วมบุญมากๆ เลยได้ตัดสินใจเอาผ้าที่ใส่อยู่นี่แหละไปขาย ก่อนไปขายในตลาดก็เอาใบไม้มานุ่งแล้วมุ่งหน้าสู่ตลาด ชาวบ้านพ่อค้าแม่ขายเห็นนายติณบาลนุ่งใบไม้มาก็หัวเราะใส่กันใหญ่ แต่นายติณบาลไม่โกรธแต่กลับพูดว่า “พวกท่านอย่าหัวเราะเราเลย เราจะนุ่งใบไม้เป็นชาติสุดท้าย ชาติหน้าเราจะนุ่งผ้าทิพย์" นายติณบาลขายผ้าได้เงินมาห้ามาสก ก็กลับไปปรึกษาท่านเศรษฐีว่าจะนำเงินนี้ไปทำบุญอย่างไรดี ท่านเศรษฐีก็แนะนำให้ไปซื้อเข็มกับด้ายมาเป็นบริวารกฐิน นายติณบาลก็กลับไปตลาดอีกครั้งเพื่อซื้อเข็มกับด้าย ชาวบ้านเห็นนายติณบาลอีกครั้งก็หัวเราะกันอีก นายติณบาลก็ไม่ได้สนใจอะไร รีบนำเข็มกับด้ายมาร่วมบุญกับท่านเศรษฐี เรื่องการกระทำอันยิ่งใหญ่รู้ไปถึงท้าวสักกะ ท้าวสักกะเลยลงมาหานายติณบาลเพื่อให้พร เขาได้ขอพรกับท้าวสักกะว่า
1.ขออย่าให้กระผมได้ข่มเหงสตรี ทั้งด้วยกาย วาจา และใจ
2.ขออย่าให้กระผมมีความตระหนี่ในการทำทาน
3.ขออย่าให้กระผมมีคนพาลเป็นมิตร
4.ขอให้กระผมได้มีภรรยาที่ดี มีศีลมีธรรม
ท้าวสักกะท่านก็สงสัยว่าทำไมไม่ของทรัพย์สินเงินทอง นายติณบาลก็ได้บอกว่า “การได้เป็นคนดีและมีคนรอบข้างเป็นคนดี นับว่าเป็นทรัพย์อันประเสริฐแล้ว”
ท้าวสักกเทวราชเมื่อทราบเหตุผลดังนี้ จึงอนุโมทนา
และให้พรทั้งสี่ประการตามที่นายติณบาลขอ
ข่าวการทำทานของนายติณบาลร่ำลือไปไกลจนพระราชาทรงรับทราบ
จึงทรงเรียกตัวนายติณบาลมาตรัสถาม
เมื่อทรงทราบเรื่องราวทั้งหมดจึงทรงขอแบ่งส่วนบุญ
นายติณบาลก็แบ่งส่วนบุญให้ พระราชจึงพระราชทานทรัพย์ให้แก่เขา
ตั้งแต่นั้นมา นายติณบาลจึงกลายเป็นเศรษฐี ด้วยผลบุญใน
ปัจจุบันนั้นเอง เมื่อใกล้จะละโลก
เขาได้ระลึกถึงการกระทำอันยิ่งใหญ่ซึ่งทำได้โดยยาก
โดยเฉพาะบุญที่ได้ร่วมทอดกฐินถวายแด่พระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้า
คตินิมิตก็ใสสว่างด้วยอำนาจบุญที่ได้กระทำมาดีแล้ว ครั้นละโลกแล้ว
บริวารได้มาเข้าแถวรอรับกันอย่างมากมาย เพื่ออัญเชิญให้เทพบุตรใหม่ขึ้นเทวรถ เพื่อกลับสู่วิมาน ณ สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เทพบุตรใหม่เสวยทิพยสมบัติอันตระการตา
เด็กน้อยที่เสื้อนักเรียนหมองๆเก่าๆที่จะเป็นประธานทอดกฐินสัมฤทธิ์ในปีนี้ก็เช่นกัน เขากำลังจะไปแก้ผังจนโดยทำถูกหลักวิชชา ตัดความตระหนี่ขยายใจให้กว้างใหญ่มีหัวใจของผู้ให้ และวัดที่จะไปทอดกฐินในปีนี้มีมากกว่าห้าร้อยวัด ซึ่งกฐินแต่ละวัดก็มีเด็กเหล่านี้นี่แหละเป็นผู้จัดงาน กระแสแห่งทานกระแห่งบุญก็ขยายไปทั่วแผ่นดินไทย พระพุทธศาสนาก็จะเข้มแข็ง เป็นแหล่งปลูกฝังศีลธรรมให้กับประเทศชาติและโลกใบนี้ต่อไป นี่แหละครับโครงการดีๆ อีกหนึ่งโครงการที่หลวงพ่อธัมมชโยท่านได้ดำริ ผมนี่เสียดายมากเลยที่เกิดเร็วไป เลยไม่ได้มีโอกาสเป็นประธานกฐินสัมฤทธิ์แบบเด็กๆกลุ่มนี้เลย ไม่เป็นไรครับ...ปีนี้ผมจะร่วมบุญกฐินเอาละกัน แม้จะเป็นกองเล็กๆมินิๆก็ตาม ใครสนใจก็มาร่วมบุญกันได้นะครับ55555
หลวงพี่ฮอน







ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น