วันศุกร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2559

เมื่อพระเจอคนจีนในแดนขอนแก่น

เรื่องนี้ไม่ได้วางแผนอะไรมากมายครับ พระอาจารย์ท่านชวนไปเราก็ไป เรื่องมีอยู่ว่าเมื่อวันพุธช่วงบ่ายแก่ๆ ผมทำโน้นนี่ตามประสาพระหนุ่มเหลือน้อยอิๆ ก็มีเสียงมือถือดังขึ้น พระอาจารย์ท่านโทรมาชวนไปขอนแก่น ที่ขอนแก่นมีสองกิจกรรมให้ไปเอาบุญกันนั้นก็คือ ไปเยี่ยมน้องชมรมพุทธ มข. บวกกับมีน้องนักศึกษาคนจีนมาเรียนที่ไทยก็จะจัดกิจกรรมต้อนรับด้วย และอีกวันเราก็จะมาร่วมฟังสัมมนาโครงการพัฒนาศักยภาพพระนักเผยแผ่เขตลุ่มแม่น้ำโขงซึ่งประกอบไปด้วย จีน ลาว เมียนมาร์ กัมพูชา เวียดนาม และไทย พอผมได้ข้อมูลแล้วก็ดูๆ มันไม่ค่อยน่าจะเกี่ยวข้องอะไรกับผมเท่าไหร่เลย ผมไม่เคยไปต่างประเทศและภาษาก็ไม่ได้เชี่ยวชาญอะไร เยส โน โอเค ได้ประมาณนี้ แค่สอนเด็กน้อยด้วยภาษาไทยก็หืดขึ้นคอแล้วครับ แต่ก็คิดๆดูมันก็น่าสนุกเหมือนกันนะครับ อยากจะรู้ว่าชาวพุทธที่อื่นเขาทำงานเผยแผ่กันอย่างไร ผมรู้เรื่องแค่ในรั้ววัดพระธรรมกายเท่านั้น อืม...เอาไงดี? พรุ่งนี้มีประชุมวงอนุกรรมการเยาวชนด้วย บวกลบคูณหารดู เอาล่ะ! ไปก็ไปครับ เลยรีบมอบหมายให้น้องนำประชุมกันได้เลย

วันรุ่งขึ้นเราออกเดินทางตอนบ่ายโน้นแหละ พอบ่ายโมงหลวงพี่เบิร์ดท่านก็โทรมาบอกว่ารถตู้มาแล้ว ผมก็ลากกระเป๋าแบกย่ามไปที่รถตู้เลย พอเปิดรถตู้ไปเท่านั้นแหละ เจอพระมหาเถระในรถเลยครับ ท่านก็คือ พระอาจารย์พระมหาสุธรรม สุรตโน ปธ.9 พระอาจารย์ใหญ่โรงเรียนปริยัติวัดพระธรรมกาย มีหลวงพี่มหาก้องมาด้วย นอกนั้นเป็นพระชมรมพุทธทั้งหมด มี หลวงพี่เบิร์ด พระคิม พระปลั๊ก และโยมสองคน คือ โยมพี่ฝน โยมน้องจูน
ผมคิดว่าทริปกิจกรรมบุญนี้น่าจะมาจากโยมพี่ฝนเป็นแน่แท้ เพราะโยมพี่ไปเรียนและทำงานเผยแผ่ที่เมืองจีน ฉะนั้นอะไรที่เกี่ยวกับจีนๆ คงต้องเป็นโยมพี่ฝนชัวร์ และโยมพี่ฝนนี่แหละที่ทำให้ผมได้มาพิมพ์บทความดีๆ ให้ทุกคนได้อ่าน แต่วันนี้คงไม่ได้คุยเรื่องโยมพี่ฝน ไม่รู้ว่าจะมีใครอยากจะฟังเรื่องโยมพี่ฝนรึเปล่า (เช็คเรตติ้ง อิๆ)

เอาล่ะๆ ได้เวลาเดินทางกันแล้ว มุ่งหน้าสู่ดินแดนอีสานบ้านเฮาเดอคราบ(ผมพูดอีสานไม่เป็นหรอก แต่รุ่นพ่อปู่ทวดพูดได้ มาจบที่รุ่นผมนี่แหละ555) บนรถทำอะไรไม่มาก เช่น นั่งสมาธิ คุย และหลับ สิ่งที่ตามมาทุกครั้งในการเดินทางด้วยรถคือ เมื่อย TT บิดซ้ายบิดขวาไปตลอดทาง พอหลับรถโยกหัวโขกกระจกเป็นระยะๆ โอ๊ยยยย เจ็บหนอ เจ็บหนอ นั้น! ปั๊มน้ำมัน ปตท. ผมนี้แทบไปเปิดประตูเลย เพราะนอกจากเมื่อยแล้ว ตอนนี้เริ่มปวดห้องน้ำเต็มทนแล้ว ฝนก็ตกอากาศเย็นได้ใจ รถจอดปั๊บไม่ต้องกางร่มหรอก ก็ลุยฝนเข้าห้องน้ำกันเลยทีเดียว ถึงห้องน้ำ โอ้วววว! ห้องน้ำเต็ม มีโยมผู้ชายต่อคิวอยู่หนึ่งคน ผมรอคิวต่อจากโยมผู้ชาย ห้องน้ำห้องหนึ่งเปิดออกโยมผู้ชายใจดีนิมนต์ผมเข้าห้องน้ำก่อนเลย สาธุๆ โยมถวายห้องน้ำแด่พระภิกษุได้บุญหลายเลยนะครับ

เรามาถึง มข. ช่วงหัวค่ำ ชมรมพุทธที่ มข. จะไม่ได้ชื่อว่าชมรมพุทธ แต่ชื่อว่า "ชมรมสมาธิและศีลธรรม งงเปล่าครับ 555  เพาะที่ มข. มีชมรมพุทธอยู่แล้วแต่จะไปทางสายป่าเป็นหลัก แต่สองชมรมนี้ก็มีหลายครั้งที่จัดกิจกรรมด้วยกันนะครับ ส่วนตัวคิดว่าตามจริตความชอบอ่ะนะ เหมือนๆตอนเย็นเราจะกินอะไรดี ข้าวมันไก่ ข้าวขาหมู หรือ ก๋วยเตี๋ยว ทุกเมนูทำให้อิ่มหมด กินไปเถอะ! ใช่ไหมครับ งั้นเพื่อให้ชัดเจนผมเรียกชมรมสมาิละกัน

ชมรมสมาธิอยู่บนอาคารชั้นสอง อาคารนี้น่าจะเป็นอาคารกิจกรรมผมว่านะ ข้างล่างเป็นโรงอาหาร เราจะได้กลิ่นข้าวกระเพราหมูตอนจะขึ้นบันได มันหอมมากเลยครับ ตอนนี้ช่วงค่ำแล้วด้วย555  พอขึ้นไปถึงบนห้องชมรมสมาธิฯ ผมเห็นน้องนักศึกษาเต็มห้องเลย ผมก็ยังแยกไม่ออกหรอกว่คนไหนจีนคนไหนไทย แต่พอเห็นหน้าแหละพอจะชี้ได้ว่าใครจีนใครไทย ด้วยเชื้อชาติคนจีนสีผิวจะขาวและหน้าตาจะเหมือนตัวละครในการ์ตูนเรื่องมู่หลาน ล่องไปหาดูนะครับ การ์ตูนสมัยผมยังเป็นเด็กน้อยโน้นแหละ

คณะสงฆ์นั่งเก้าอี้หลังห้อง น้องนักศึกษาจีนไทยหันหลังกลับมาเจอพระ คนจีนน่าจะตกใจที่เห็นพระมากมายแต่ทว่าพระน่าจะตกใจมากกว่าเพราะเขาจะให้พระทุกรูปพูดกับนักศึกษาจีน เปิดหัวด้วยหลวงพี่มหาก้อง ท่านพูดจีนสบายๆอยู่แล้ว เพราะท่านเรียนอยู่ที่ไต้หวันและจีน ท่านก็ชัวชี่ๆจนจบ ผมนี่ไม่รู้เรื่องเลยครับ ไมค์ก็มาเรื่อยๆ จนถึง ผมมมTT เอาล่ะหน้าที่พูดเป็นของเรา หน้าที่ทำความเข้าใจเป็นเรื่องของคนจีน ผมเลือกที่จะใช้ภาษาอังกฤษอันเก่งกาจของผม555 ลองไปอ่านเรื่องที่ผมเจอฝรั่งตอนงานธุดงค์ดู พูดจนฝรั่งมึนจนเข้าใจ อิๆ

ต้าเจี่ยเห่า ประโยคแรกที่ผมแอบก๊อปปี้หลวงพี่มหาก้องมา หลังจากนั้นผมก็ซัดภาษาอังกฤษตามแบบผม "มายเนมอิสหลวงพี่ฮอน หลวงพี่คำฟอมปทุมธานีคันที่ คำเฮียขอนแก่นคันที่ ระหว่างทางเรนฟออิสอะฝนตกซู่ๆ บัดไอแหพฟอัมเบล่า ไอแคนเอาท์คาร์ แดดอัมเบล่าอิทเมคสะตอบเรนบัดอัมเบล่าแคนโพเทคเรน เซมยูคำฟอมไชน่าทูไทยแลนด์ ยูมิทแบรีเออบัดยูซัมเวทูเคลียร์แบรีเออ เจริญพร" พูดจบเลยบอกกับน้องทั้งจีนทั้งไทยว่าจะไปฝึกภาษาจีนแล้วกลับมาแก้แค้นTT

หลังจากน้องจีนกลับหอแล้วก็เป็นเวลาของน้องชมรมสมาธิที่จะได้ฟังโอวาทจากพระอาจารย์ทุกรูป คราวนี้ล่ะทีผม ภาษาไทยครับพี่น้องร่วมชาติ จัดไปเวลาไม่มากแต่ให้ข้อคิดสุดๆไปเลย ผมเล่าให้น้องชมรมฟังว่า "เสากลางห้องยังคงตั้งอยู่ได้ฉันใด ห้องชมรมสมาธิก็อยู่ได้ฉันนั้น น้องชมรมสมาธิยังตั้งมั่นในกิจวัตรฉันใด ชมรมสมาธิก็ยังอยู่ได้ฉันนั้น" จบกิจกรรมบุญเราก็กลับที่พักจำวัดเก็บแรงไว้ลุยสร้างบุญต่อในวัดพรุ่งนี้ ZZZZZ



เช้าแล้วๆ โยมเจ้าภาพถวายภัตตาหารเช้าด้วยข้าวต้มกุ้ง เยอะมากเลย สงสัยอิ่มข้ามวันได้เลยครับ5555 เราเดินทางจากที่พักมาที่มหาวิทยาลัยมหามงกุฎราชวิทยาลัย วิทยาเขตอีสาน จังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นที่จัดงานสัมมนาครั้งนี้ เดินเข้ามาเนี่ยเจอทั้งพระไทยจีนพม่าเขมรลาวกันเลยทีเดียว เจอพระกับแมชีฝรั่งด้วยครับ น่าจะวัดหลวงปู่ชามั่งครับ ช่วงสายเป็นพิธีเปิด มีวงโปงลางด้วย มีหมอลำ   เป็นเสียงอีสานหมดเลย ฟังรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องก็ว่าไป 

ช่วงบ่ายแบ่งห้องฟังตามความสนใจ มีอะไรบ้างดูกัน ลงชื่อกันดีมั้ยคะ
กลุ่ม1 พระพุทธศาสนาและปรัชญา
กลุ่ม 2 กลุ่มวิชาการศึกษา
กลุ่ม 3 พระนักเผยแผ่
ทายสิผมจะไปกลุ่มไหน อิๆ
กลุ่ม 1 กลุ่ม 2 ลาก่อน ไม่น่าใช่ผม กลุ่ม 3 ละกันพอไหว



เริ่มสัมมนาด้วยพระฝรั่งกับแม่ชีฝรั่ง ท่านก็มาเล่าเกี่ยวกับตัวท่านและความประทับใจในพระพุทธศาสนา โชคดีที่มีพระอาจารย์รูปหนึ่งแปลให้ ผมได้เห็นในแง่มุมหนึ่งของชาวยุโรปและอเมริกามองพระพุทธศาสนาในไทย ว่าเขาไม่ได้ต้องการกินเที่ยวอย่างเดียว บางกลุ่มยังมองหาเรื่องความสงบทางจิต จากนั้นก็เป็นพระจากลาวเขมรจีนพม่า ท่านก็จะมานำเสนองานเผยแผ่ในประเทศของท่าน ซึ่งบางรูปพูดภาษาอังกฤษหรือจีนไปเลย ผมก็มึนๆ มาพอได้ตรงภาษาลาวนี่แหละ5555 พอเดาออกบ้าง

ผมฟังๆยังไม่จบงานดีประมาณสี่โมงเย็นก็ต้องออกจากงานก่อน เพราะเราจะปิดโปรเจ็คบุญขอนแก่นด้วยการไปปล่อยปลากับน้องๆ ชมรมสมาธิและศีลธรรม มข. ปล่อยเสร็จฝนตกทันทีครับ บุญคงเยอะ55555 ท้ายสุดๆ ก็ให้ทุกท่านได้บุญด้วยกันนะครับ 


เล่าโดย
หลวงพี่ฮอน


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น