ห้องรับรองพระ

เมื่อวานก่อนต้องลงจากดอยเพื่อไปเทศน์คุณครูที่เขาแก้ว เครื่องผมจะออกตอนทุ่มห้าสิบ โห.. นั่งรอสองชั่วโมงกว่า แต่ดีที่สนามบินมีห้องรับรองพระ รถตู้มาส่งผมหน้าทางเข้าอาคารสนามบิน ผมเห็นพระสองรูปกำลังเดินเข้าไปในอาคาร ผมเลยบอกกับน้องที่มาส่งว่า "สงสัยจะได้นั่งคุยกับพระอาจารย์สองรูปตลอดสองชั่วโมงแน่เลย" ไปที่เคาน์เตอร์เชคอินก็เจอท่านกำลังเชคอินอยู่ พอท่านเชคอินเสร็จก็ได้ทักทายกัน พอผมเชคอินเสร็จก็มุ่งหน้าไปห้องรับรองพระเลย ซึ่งอยู่ชั้นสองพอขึ้นบันไดเลื่อนแล้วเลี้ยวซ้าย หน้าห้องรับรองมีรองเท้าคู่เล็กๆถอดอยู่หนึ่งคู่ ผมจึงคิดว่าคงมีพระอยู่หนึ่งรูป แต่พอเปิดประตูไปเท่านั้นแหละครับ ไม่เจอพระสักรูป เจอแต่โยมสีกากำลังนั่งสมาธิอยู่คนเดียว เอาไงดี! พระเข้าไปคงไม่เหมาะ อ่ะ! ยกห้องนี้ให้โยมล่ะกัน โยมกำลังนั่งปฏิบัติธรรมอย่างสงบ ผมเลยต้องไปหาที่นั่งเอาดาบหน้า ผ่านจุดตรวจสุดท้ายแล้วไปหาที่นั่งใกล้ๆ Gate 5 ได้ที่ว่างๆ ติดห้องน้ำ มุมนี้กำลังดีเหมาะแก่การนั่งหลับตาสองชั่วโมง ผมนั่งไปไม่กี่นาที พระสองรูปที่เจอกันตรงเคาน์เตอร์เชคอินท่านก็มา ผมเลยนิมนต์ท่านนั่งรอด้วยกัน ได้สอบถามว่าท่านจะไปไหน ท่านบอกว่าจะไปลงที่สนามบินอู่ตะเภา ผมก็บอกว่าบ้านเก่าผมก็อยู่ใกล้สนามบิน ท่านก็เลยทายว่าผมเรียนจบจากสิงห์สมุทร ผมบอกว่าใช่ครับ ผมทราบว่าท่านเรียนจบจากโรงเรียนสิงห์สมุทรเช่นกัน เป็นรุ่นพี่ห่างจากผมหนึ่งรอบ
คือ รุ่นสีเหลืองเหมือนกัน แต่ท่านจบปี 39 ส่วนผมจบปี 45
ท่านไปเรียนต่อที่ ม.กรุงเทพ เรียนจบก็ทำงาน แล้วก็เกิดอยากบวช
ตอนนี้ท่านบวชมาได้สี่พรรษาแล้ว ท่านก็เป็นคนหนึ่งที่อาจารย์สมพงษ์ พาไปทำกิจกรรมด้วย ของท่านจะเป็นแนวแสดงดนตรี จากนั้นเราก็เริ่มไล่ชื่ออาจารย์ในโรงเรียนกัน
อาจารย์อมร
อาจารย์ทัศนีย์
อาจาร์ถนอมศรี
อาจารย์ป๊อด
ฯลฯ
คุยเรื่องอาคารเก่าในโรงเรียนที่มีเรื่องเล่าลี้ลับ
คุยเรื่อง ผอ.
คุยกันเพลินจนหกโมงครึ่งเครื่องท่านต้องออกก่อน ก็ได้ร่ำลากัน ถ่ายรูปแลกเบอร์กับศิษย์โรงเรียนเดียวกัน
แล้วผมก็ต้องนั่งเหงาๆคนเดียวต่อไป....
ใครจะรู้ล่ะครับครับว่า อาจารย์สมพงษ์ หุ่นสะดี ท่านสร้างศิษย์ให้ไปรับใช้สังคมรับใช้พระศาสนามามากมายขนาดไหน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น