วันเสาร์ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2560

พระ” มีความสุข อย่างไรคะ









โยมเขาถามมาว่า...

ข้อที่ 3.  เป็น “พระ” มีความสุข อย่างไรคะ? 

ตอบ หลวงพี่คิดว่าความสุขมันมีหลายแบบหลายระดับนะ ความสุขพื้นฐานที่เราคุ้นเคยกัน เช่น กินอิ่ม นอนหลับ ไม่เจ็บป่วยไข้ มีเสื้อผ้ากันหนาวร้อน หรือถ้าให้ยิ่งกว่านั้นคือ ได้กินของที่อร่อย มีบ้านหลังโตๆ เสื้อผ้าแบรนด์เนม รถแพงๆหรูๆ มีเงินเยอะ ได้อยู่กับคนที่เรารัก รูปร่างหน้าตาของเราก็หล่อก็สวย มีการงานที่มั่นคง ฯลฯ ถ้าได้แบบนี้ทุกคนก็คิดว่าดีที่สุดแล้ว แต่ทว่าถ้าเราได้ศึกษาพุทธประวัติเราจะฉุกคิดขึ้นมาทันทีว่าความสุขข้างต้นที่ได้กล่าวน่ะเจ้าชายสิทธัตถะท่านมีสมบูรณ์พร้อมมาก่อนแล้วแต่สุดท้ายท่านก็สละทิ้ง แสดงว่าน่าจะมีความสุขที่ยิ่งกว่านี้อีก และเป็นความสุขที่เราจะต้องลดระดับความสุขข้างต้นเพื่อมุ่งค้นหาความสุขที่ยิ่งกว่าด้วยการ “ออกบวช” บวชแล้วก็ต้องลดจำนวนมื้ออาหาร แสวงหาอาหารโดยไปบิณฑบาต เสื้อผ้ามีแค่ไตรจีวร บ้านแค่มีโคนไม้ ในถ้ำ ในป่าเขา หรือกุฏิหลังน้อยพอกันแดดกันฝน ยาถ้าไม่มีก็ใช้น้ำมูตรเน่า ฯลฯ เนี่ย...ลดทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อให้มีเวลามีความสะดวกในการหาความสุขที่ดียิ่งขึ้นนั้นก็คือความสุขที่เกิดจากจิตที่บริสุทธิ์ หรืออย่างที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่า นิพฺพานํ ปรมํ สุขํ พระนิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง” นั้นเอง และอีกอย่างความสุขข้างต้นหรือความสุขแบบโลกๆ มันไม่ได้สุขเสมอไปเพราะสิ่งที่เราไปถือไปยึดมั่นไว้มันไม่เที่ยงแท้แน่นอนมันเปลี่ยนได้มันพลัดพรากได้ ความทุกข์มันจึงตามมาติดๆ เพราะเหตุนี้ชีวิตพระจึงมุ่งหาความสุขที่ไม่ต้องกลับมาทุกข์อีกนั้นเอง ดังคำกล่าวที่ว่า “มากรักก็มากน้ำตา หมดรักก็หมดน้ำตา มากรักก็มากทุกข์ หมดรักก็หมดทุกข์” ขอเจริญพร

พระวีรชาติ มเหสกฺโข
วศ.บ. เครื่องกล ม.บูรพา
นักธรรมเอก

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น