โยมเขาถามมาว่า
ข้อที่ 2. เหตุผลที่หลวงพี่มีความตั้งใจบวชคือ
อะไรคะ ?
ตอบ
เรื่องนี้ตอบง่ายมากๆ คือ เราจะทำอะไรก็แล้วแต่มันจะมีเหตุผลในตัวของมันเอง เช่น
เรากินข้าวเพราะเราหิว เราดื่มน้ำเพราะเรากระหาย เราเดินเข้าร่มไม้ยามเที่ยงวันเพราะแดดมันร้อน
ตัวอย่างที่ยกมามันเป็นเหตุเป็นผลกัน มันแก้ทางกันได้มันจึงจบ แต่ใหม่ๆก็ต้องการคนสอนบ้าง
เช่น หิวเนี่ย...อะไรกินได้ อะไรกินไม่ได้ พ่อแม่ต้องคอยสอนตั้งแต่เรายังเด็กๆ ไม่ใช่เจออะไรก็จับใส่ปากหมด
อย่างนี้มีสิทธิ์ไม่ทันโตต้องกลับไปเกิดใหม่ คราวนี้มาว่าเรื่อง “การบวช”
ทำไมต้องบวช ในวันที่บวชผู้บวชจะต้องกล่าวประโยคหนึ่งว่า “สัพพะทุกขะนิสสรณะ นิพพานะสัจฉิกะระณัตถายะ”
แปลว่า ข้าพเจ้าขอออกบวชเพื่อสลัดกองทุกข์และทำพระนิพพานให้แจ้ง คำนี้ชัดเจนเลย
คือ “บวชเพื่อสลัดกองทุกข์และทำพระนิพพานให้แจ้ง” แค่นี้เท่านั้นไม่มีเป้าหมายอย่างอื่นให้วุ่นวายหรอกครับ
ฉะนั้นก่อนบวชจะต้องมีอาจารย์หรือกัลยาณมิตรที่มาสอนมาแนะนำว่า สิ่งต่างๆรอบตัวหรือแม้กระทั่งตัวเราเองมันมีแต่ความทุกข์เข้าบีบคั้น
มีความแก่ ความเจ็บ ความตาย ความพลัดพรากรออยู่ แล้วก็เจอแบบนี้มาหลายภพหลายชาติแล้ว
พอรึยังกับการเวียนว่ายตายเกิด หนทางการหยุดทุกข์คือหยุดการเกิด
และจะถูกย่นย่อด้วย “การบวช”
นี่แบบนี้เป้าหมายชัดความตั้งใจบวชมันจึงเกิด
หิวข้าวก็ไปกินข้าวถึงหายหิว ไม่ใช่ไปกินลมกินแดดมันจะหายหิวได้อย่างไร แต่จุดเริ่มต้นสำคัญของเรื่องก็คือ
“กัลยาณมิตร” ถามตัวเองว่าหาเจอแล้วหรือยัง เจริญพร
พระวีรชาติ
มเหสกฺโข
วศ.บ.
เครื่องกล ม.บูรพา
นักธรรมเอก

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น