"หิ่งห้อยที่ถูกกลบแสง" ตอนที่ 2
____________________
555555 "ธรรมะที่เรียนมาต้องมีสนามทดสอบ" ชีวิตพระอยู่ได้ด้วยอาหารจากญาติโยม พระวัดพระธรรมกายก็เช่นกันต้องฉันทุกวัน ช่วงบุญพิเศษเช่นนี้ทางเข้าทางออกประตูวัดไม่ปกติ คือ มีน้องเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบมาคัดกรองคนเข้าออก คนออกออกง่ายแต่เข้านี่สิ ย๊ากยาก กระทบไปถึงอาหารการกินที่เป็นวัตถุดิบไม่สามารถนำเข้าได้ จากเดิมอาหารการกินของวัดพระธรรมกายอุดมสมบูรณ์มาร้อยเลี้ยงร้อยมาล้านเลี้ยงล้าน มาบัดนี้ต้องประหยัดให้มากที่สุด เพราะในวัดทั้งพระทั้งเณรญาติโยมที่มาร่วมบุญพิเศษมีอยู่จำนวนมาก และก็ไม่รู้ว่าบุญพิเศษนี้จะมีไปถึงเมื่อไร ผมในฐานะพระตัวเล็กๆองค์หนึ่งต้องหาทางช่วยวิกฤติครั้งนี้ด้วย โดยการ "ออกไปบิณฑบาต" เนื่องจากญาติโยมเข้าวัดไม่ได้ ได้แต่รอใส่บาตรอยู่นอกวัด เอาล่ะ สู้ๆ
____________________
ผมไปหาข่าวจากพระเพื่อนที่ออกไปบิณฑบาตก่อนหน้านี้ว่าต้องเตรียมตัวอย่างไร เส้นทางเดินไปทางไหนบ้าง และที่สำคัญคือสุทธิสงฆ์ต้องเอาติดตัวไปด้วย ไม่งั้นคุณจะได้ออกไปบิณฑบาตแต่คุณจะกลับเข้าวัดไม่ได้ ออ! ต้องสุทธิสงฆ์วัดพระธรรมกายเท่านั้นจ้า ก่อนจำวัดผมเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม บาตรใส่ถลก ย่ามพระธุดงค์ พับจีวรพร้อมห่ม และตั้งนาฬิกาปลุกตีสี่ นั่งสมาธิแผ่เมตตา พอเริ่มจำวัดกลับนอนไม่หลับเพราะตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก 5555 แต่สุดท้ายก็หลับได้
___________________
เส้นทางผมก็จะเริ่มสตาร์ทที่เมืองแก้วเวลา 5.45 น. มีพระหกเจ็ดรูปเดินเข้าเมืองแก้ว ญาติโยมที่เมืองแก้วก็อยู่ในเขตบุญพิเศษเหมือนกัน อาหารการกินก็ลำบากแต่ด้วยหัวใจใฝ่บุญก็ไม่ทิ้งบุญ โยมบางคนพอใส่บาตรเสร็จ แล้วเดินมาเจอกันอีกทีตรงทางเข้าเมืองแก้ว โยมบอกเข้าไปรับข้าวในวัดมา โหหห.. โยมยอมถวายของประณีตให้กับสงฆ์แล้วก็ยอมลำบากในเรื่องอาหารการกินของตัวเอง เพราะอาหารที่วัดแจกสาธุชนช่วงนี้ก็เป็นประเภทกินให้มีแรงก็แค่นั้น
___________________
เสร็จภารกิจโปรดญาติโยมที่เมืองแก้วก็เตรียมออกสู่โลกกว้าง5555 ทางออกลำบากนิดหน่อย ได้อารมณ์เหมือนๆ เข้าค่ายลูกเสือ ผ่านแผงกั้นเหล็กเราก็มาเจอกลุ่มน้องเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบหลายสิบนาย พอเขาเจอพระมาบิณฑบาตส่วนใหญ่ก็ยกมือไหว้พระ จากนั้นผมก็มุดลงใต้ถนนไปโผล่ฝั่งตลาด ก็เจอกับจุดลงทะเบียนพระที่จะเข้าไปบิณฑบาต มีการตรวจบัตรและถ่ายรูป เฮยยยย.. กว่าจะได้บิณฯ55555
___________________
เดินเข้าไปเขตตลาดไม่เกินสิบก้าว ญาติโยมมาจากไหนไม่รู้มาใส่บาตรเต็มไปหมด บาตรเต็มย่ามเต็มแถมต้องหิ้วถุงพลาสติกอีกด้วย555 ญาติโยมคงอยากจะฝากไปถึงพระคุณเจ้าอีกหลายรูปที่อยู่ในวัด ขาออกจากวัดเราออกทาง ขากลับเราก็ต้องเข้าอีกทาง เพราะทางเข้านี่ทราบมาจะพระเพื่อนว่าจะต้องมีการตรวจสุทธิสงฆ์ลงทะเบียน และ "ตรวจภัตตาหารที่ไปบิณฑบาต" มาด้วย
____________________
แรกๆ ผมเตรียมใจไว้แล้วครับ พวกของแห้งต่างๆเอาเข้าไม่ได้ พอผมเจอหน้าน้องเจ้าหน้าที่ผมก็อยากให้เขาสบายใจ เพราะน้องเขาคงถูกหัวหน้าสั่งมาอีกที ผมเลยบอกพร้อมด้วยรอยยิ้มว่า "ทำตามหน้าที่เลยจ้า" เขาก็เอาย่ามผมไปตรวจ น้องเขาหยิบ มาม่า ผมก็ยิ้มให้ เขาหยิบปลากระป๋อง ผมก็ยิ้มให้ เขาหยิบผักกาดดอง ผมก็ยิ้มให้ แต่พอน้องเขาหยิบ #แป๊ปซี่กระป๋อง รอยยิ้มผมมันหายไป แป๊ปซี่ซซซซTT แต่ผมก็นึกถึงสิ่งที่หลวงพ่อท่านเคยสอนว่าให้เมตตา สิ่งที่เรากำลังเจอมันคือกรรมเก่าที่เราเคยทำไว้ ผมก็ยิ้มได้อีกครั้งแม้จะแห้งๆก็เถอะ น้องเขาบอกจะเอาของไปส่งวัดอื่นให้ ผมก็ปลื้มใจที่ได้ถวายภัตตาหารบิณฑบาตให้วัดอื่นด้วยTT
___________________
ข้อคิดจากเรื่องนี้
-ธรรมะต้องมีภาคปฏิบัติถึงจะรู้ว่าเราทำได้ไหม ปฏิเวธเป็นอย่างไรบ้าง
-จงแผ่เมตตาเยอะๆ เราทุกคนเป็นพี่น้องร่วมเกิดแก่เจ็บตาย อย่าว่าร้ายใคร อย่าทำร้ายใคร
-ศัตรูที่แท้จริงคือพญามาร
-แป๊ปซี่ไม่ได้ฉันหรอกเพราะบุญไม่พอ
เล่าโดย
โรตีราดนมข้นหวานเยอะๆ

555สาธุคะ
ตอบลบอนุโมทนาบุญด้วยค่ะ โยมเริ่มปรับร่างกายให้เข้ากับสถานการณ์ เริ่มกินอยู่อย่างประหยัด จำได้ว่า วันแรกๆ ได้กินข้าวต้มของวัดตอนเช้า กุนเชียง กับไก่ทอดชิ้นเล็กๆสามสี่ชิ้น ยาวไปจนถึงช่วงเย็นของผู้ที่ถือศีลห้า นอนหมดสภาพ ทีกลางหอฉันเป็นสิ่งที่ไม่เคยคิดว่าจะได้ทำ พร้อมๆกับผู้นำบุญหลายๆท่าน หลายช่วงอายุ ตั้งแต่แรกเกิด สองเดือน ไปจนถึงผู้สูงอายุที่เดินไม่ได้ ลูกหลานต้องพานั่งรถเข็น แต่ หัวใจเกินล้าน ค่าาาาา
ตอบลบ