วันศุกร์ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2559
จากเป็นจากตาย
วันพฤหัสบดีที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2559
ดอกไม้
💝ดอกไม้นี้เขาจะให้เราตอ
วันพุธที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2559
ไข้ขึ้นปวดหัว
👷อากาศเย็นๆปลงผมทีไรถ้าไม่ระวังไข้ขึ้นปวดหัวทุกที หัวเมื่อไม่มีผมคอยกันไอเย็นมากระทบมันก็เหมือนเมืองที่ไม่มีกำแพงนั้นแหละครับ จะคนดีคนเลวใครเข้าใครออกก็ได้หมด แต่ผมก็ชอบนะหัวเกลี้ยงๆมันย้ำเตือนความเป็นพระดี ไม่ต้องหวี ไม่ต้องดัด ไม่ต้องย้อม มีแค่โกนอย่างเดียว สิบห้าวันโกนที ทรงนี้มีตั้งแต่สมัยพุทธกาลแล้ว ผ่านมาสองพันหกร้อยกว่าปีก็ยังทรงเดิม แต่อย่าลืมว่าแก่นสำคัญของพระนั้นอยู่ที่ความประพฤติ
💥หลวงพ่อคุณครูไม่ใหญ่ท่านมักสอนลูกพระว่า ให้💬คิดอย่างพระ 😄พูดอย่างพระ 🙏ทำอย่างพระ ตอนแรกๆผมก็ยังไม่เข้าใจเท่าไหร่ แต่พอได้ดูหลวงพ่อท่านเป็นแบบอย่างก็เข้าใจเลยครับ ลองดูง่ายๆ เช่น มีคนคิดร้ายกับท่าน ว่าท่านเสียๆหายๆ ท่านก็บอกให้เมตตาเขา เนี้ยแหละครับ...คิดอย่างพระ ถ้าเป็นคนทางโลกคงได้บู้กันแล้ว555555😈 และผมก็ไปศึกษาในพุทธประวัติในชาดกต่างๆ ก็ถึงบางอ้ออีกว่า...💥หลวงพ่อท่านก็เอาแบบอย่างมาจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้านี่เอง พวกเราเองก็ต้องคิดอย่างพระนะครับ ใจใสๆ สบายๆ สวดธัมมจักฯไป มีความสุข อยู่ในบุญ😮
LP'Honn เองครับ
วันอาทิตย์ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2559
อาหารเมืองน่าน
💭😉😈😄มาเมืองน่านก็เจอภัตตาหารที่ไม่เคยเจอ
๑. ก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็ก ในน้ำแกงส้ม มีรสชาติกะปินิดๆ มีกุ้ง ไข่เจียวชะอม แครอท ผักกาด เมนูนี้โยมเจ้าของร้านเป็นเจ้าภาพถวาย ร้าน #เฮือนปู่เข็งฮักนางปทุมมา น่าน.....สาธุๆ
๒. ไอติมใส่ในกะลามะพร้าว ไอติมสีเขียวๆ มีเนื้อแอปเปิ้ล มีเม็ดอะไรสักอย่างคล้ายๆลูกเกด ชั้นล่างรองด้วยเนื้อมะพร้าวที่ขูดมาแล้ว โยมเจ้าภาพศูนย์อบรมเยาวชนน่านถวายมา
๓. ไก คือ สาหร่ายแม่น้ำน่าน ทำเป็นผงๆ เอาข้าวเหนียวมาจิ้ม... เหมือนในรูป โยมน้องน้ำหวานถวายมา
วิธีลดอุบัติเหตุทางรถยนต์
😁วิธีลดอุบัติเหตุทางรถยนต์ คือ ให้ทุกคนเดินไป เดินสวนกันก็ทักกัน เดินเคียงคู่กันคุยกันหนุงหนิง เหนื่อยก็นั่งพักใต้ร่มไม้จิบกาแฟสักแก้ว... โลกนี้ช่างสวยงาม
#คิดแบบหากรอบไม่เจอ
คนก่อนประวัติศาสตร์
👶ผมคิดว่าคนก่อนประวัติศ าสตร์เขาคงมีอารมณ์ศิล ปินสนุกๆ ไม่ได้คิดว่ามันจะส่งผล ถึงลูกหลานในสมัยนี้ ถึงกับต้องจัดเป็นแหล่งเรีย นรู้กันเลยทีเดียว ถ้าเป็นสมัยนี้ล่ะ! เอาสเปย์ไปพ่นตามหน้าผาก็ คงโดนด่ากระจาย บางครั้งคุณค่าความสำคัญกว่ ามันจะเห็นผลต้องใช้เวลา เหมือนอย่างกับท่านทั้งหลาย ที่ทำหน้าที่กัลยาณมิตร ผลมันก็ยังไม่ปรากฏเร็ววันห รอก แต่มันจะชัดเจนเองในอนาคต ส่วนตัวของเราก็เอาความปลื้ มเอาบุญกุศลติดตัวไป....
"ไข่ปาม"
👀เขาว่าเป็นอาหารลำปาง "ไข่ป่า" ถ้าได้ยินไม่ผิดนะ มันคือไข่ตุ๋นที่อยู่ในใ บตอง มันจะออกแห้งๆนิด ไม่นุ่มเหมือนไข่ตุ๋นป กติ
ปล. มันชื่อว่า "ไข่ปาม" — ที่ อุทยานสมุนไพร. ลำปาง
ปล. มันชื่อว่า "ไข่ปาม" — ที่ อุทยานสมุนไพร. ลำปาง
วันพุธที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2559
เรื่องของเสือ
💥เรื่องของเสือ
💢วันก่อนผมได้ยินคนพาลเรียกท่านผู้ทรงคุณธรรมว่า "เสือ" แรกๆผมก็คิดว่า "เฮ้ย!..ทำไมไม่ให้ความเคารพท่านเลย" แต่ก็ลองมานั่งคิดวิเคราะห์ดูว่าทำไมคนพาลเรียกท่านอย่างนั้น
😵เมื่อเราพูดถึงเสือเราจะนึกถึงอะไร อืมมม...อำนาจ! ใช้แล้วเสือเป็นสัตว์ที่มีอำนาจ มีอำนาจขนาดที่ว่าสัตว์ที่ตัวใหญ่กว่ายังกลัวเลย แสดงว่าคนพาลต้องกลัวท่านผู้ทรงคุณธรรมแน่เลย หรือคำว่า "เสือ" ผมเคยได้ยินได้ฟังว่าเขาไว้เรียกคนสมัยก่อนที่เลี้ยงชีพด้วยกำลังทรัพย์จากคนอื่น ถ้าเป็นสมัยนี้ก็เรียกว่าโจร แต่ทว่าคนๆนั้นมีคุณธรรมหลายประการจึงไม่เรียกว่า "โจร" เช่น เวลาปล้นจะไม่ทำร้ายเด็กและผู้หญิง หรือถ้าเจ้าทรัพย์ถ้าไม่ขัดขืนก็จะไม่ทำร้าย จะปล้นทีต้องมาประกาศล่วงหน้าเจ็ดวัน พอถึงวันปล้นก็ไปถือถุงกระสอบมารอให้เจ้าทรัพย์เอาสมบัติมาใส่ในกระสอบ จะไม่ปล้นจนหมดตัว จะแบ่งทรัพย์ที่ได้มาส่วนหนึ่งไปช่วยเหลือคนยากจน ถ้าได้กินข้าวบ้านไหนแล้วจะไม่ปล้นบ้านนั้นจนตลอดชีวิต ฯลฯ โหหหหหห😲
💪สรุปเราคงไม่สามารถไปให้เขาหยุดใช้คำว่าเสือเรียกท่านผู้ทรงคุณธรรมได้หรอก แต่เราคงต้องคิดได้แง่ดีที่ว่า คนพาลคงกลัวท่านและคงเห็นความดีในตัวท่าน แล้วผมก็คิดว่าถ้าในอนาคต ผมไปเจอคนพาลมาเรียกผมว่าเสือ ผมจะไม่แยกเขี้ยวใส่หรอก แต่ผมจะยิ้มให้ เพราะผมคือ "💖เสือใจดี" อิๆ
LP'Honn เองครับ
💢วันก่อนผมได้ยินคนพาลเรียกท่านผู้ทรงคุณธรรมว่า "เสือ" แรกๆผมก็คิดว่า "เฮ้ย!..ทำไมไม่ให้ความเคารพท่านเลย" แต่ก็ลองมานั่งคิดวิเคราะห์ดูว่าทำไมคนพาลเรียกท่านอย่างนั้น
😵เมื่อเราพูดถึงเสือเราจะนึกถึงอะไร อืมมม...อำนาจ! ใช้แล้วเสือเป็นสัตว์ที่มีอำนาจ มีอำนาจขนาดที่ว่าสัตว์ที่ตัวใหญ่กว่ายังกลัวเลย แสดงว่าคนพาลต้องกลัวท่านผู้ทรงคุณธรรมแน่เลย หรือคำว่า "เสือ" ผมเคยได้ยินได้ฟังว่าเขาไว้เรียกคนสมัยก่อนที่เลี้ยงชีพด้วยกำลังทรัพย์จากคนอื่น ถ้าเป็นสมัยนี้ก็เรียกว่าโจร แต่ทว่าคนๆนั้นมีคุณธรรมหลายประการจึงไม่เรียกว่า "โจร" เช่น เวลาปล้นจะไม่ทำร้ายเด็กและผู้หญิง หรือถ้าเจ้าทรัพย์ถ้าไม่ขัดขืนก็จะไม่ทำร้าย จะปล้นทีต้องมาประกาศล่วงหน้าเจ็ดวัน พอถึงวันปล้นก็ไปถือถุงกระสอบมารอให้เจ้าทรัพย์เอาสมบัติมาใส่ในกระสอบ จะไม่ปล้นจนหมดตัว จะแบ่งทรัพย์ที่ได้มาส่วนหนึ่งไปช่วยเหลือคนยากจน ถ้าได้กินข้าวบ้านไหนแล้วจะไม่ปล้นบ้านนั้นจนตลอดชีวิต ฯลฯ โหหหหหห😲
💪สรุปเราคงไม่สามารถไปให้เขาหยุดใช้คำว่าเสือเรียกท่านผู้ทรงคุณธรรมได้หรอก แต่เราคงต้องคิดได้แง่ดีที่ว่า คนพาลคงกลัวท่านและคงเห็นความดีในตัวท่าน แล้วผมก็คิดว่าถ้าในอนาคต ผมไปเจอคนพาลมาเรียกผมว่าเสือ ผมจะไม่แยกเขี้ยวใส่หรอก แต่ผมจะยิ้มให้ เพราะผมคือ "💖เสือใจดี" อิๆ
LP'Honn เองครับ
วันพุธที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2559
โรงเรียนอัสสัมชัญสมุทรปราการ
💥หลายวันก่อนผมได้รับไลน์จากหลวงพี่ภูริ ท่านจะนิมนต์ไปให้ช่วยเทศน์ที่โรงเรียนอัสสัมชัญสมุทรปราการ ผมจึงหยิบมือถือมาดูปฏิทินว่าวันนั้นมีไปสอนที่ไหนไหม ปรากฏว่าว่างพอดีจึงรับนิมนต์ ท่านได้ให้ข้อมูลสำหรับการเทศน์ครั้งนี้ว่า ให้เทศน์ในหัวข้อความกตัญญู แต่เนื่องจากเป็นเด็ก EP (English program) สไลด์ที่ผมจะใช้สอนจึงต้องทำเป็นสองภาษา คือ ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ อีกอย่างการเทศน์ให้เด็กในเครืออัสสัมชัญครั้งนี้เป็นครั้งแรก ก็อยากจะลองดูว่าจะเป็นอย่างไร
👨สมัยผมเด็กๆก็มีรุ่นพี่ที่เขาไปเรียนโรงเรียนอัสสัมเหมือนกัน นอกจากเครื่องแบบนักเรียนที่ต่างกันแล้วในเรื่องความสามารถทางภาษาอังกฤษที่นี้ก็มีชื่อเสียงอยู่เหมือนกัน ตัวผมเองเนี่ยขอบอกเลยว่าตั้งแต่เด็กแล้วไม่ชอบภาษาอังกฤษเอาเสียเลย เพราะคิดว่าเรียนไปก็ไม่ได้ใช้ พอเรียนมหาลัยก็เลยเลือกเรียนวิศวะคิดว่าเป็นคณะที่เรียนง่ายที่สุดแล้ว และคิดว่าภาษาอังกฤษคงจะน้อย แต่ที่ไหนได้หนังสือภาษาอังกฤษมาเป็นเล่มๆเลย5555
👏หัวข้อเรื่อง "ความกตัญญู" เอ...เราจะสอนอย่างไรให้น่าสนใจ ถ้าเราเอาความกตัญญูมาผูกกับเรื่องกำลังใจที่นำไปสู่ความสำเร็จในชีวิตล่ะ อืม...น่าจะใช้ได้เลยนะครับ ผมก็นั่งทำสไลด์คัดสื่อบวกลบเวลาให้พอดี พอทำต้นฉบับเสร็จก็ส่งไปให้โยมพี่อุบาสิกาช่วยใส่ภาษาฝรั่งให้ ถ้าผมใส่เองก็คงไม่พ้น google ช่วย กลัวจะไม่ถูกลงถูกหลักภาษาเขา5555
😄ใกล้วันที่จะไปผมก็ทราบข่าวว่าวันที่เราจะไปโรงเรียนอัสสัมชัญสมุทรปราการนั้นมีแขกจะมาเยี่ยมที่วัดก็กลัวจะไม่ได้อยู่ร่วมดูแลแขก และหน้าที่ไปสอนเด็กน้อยนี้เป็นบุญต้องรับผิดชอบก็ว่าจะรีบไปรีบกลับวัดให้ไวๆ และส่วนตัวผมคิดว่าแขกที่จะมาเยี่ยมวัดก็เป็นอดีตเด็กทั้งนั้น ถ้าตอนเด็กได้รับการอบรมฝึกฝนให้เป็นเด็กเก่งและดี โตขึ้นก็จะเป็นผู้ใหญ่ที่เก่งและดี เวลามาเยี่ยมวัดเราก็จะเป็นแขกที่น่ารัก "ไม่รังแกใคร" คิดดังนี้ก็ตัดใจออกไปทำหน้าที่ซะเลย
💬วันเดินทางมีผมกับหลวงพี่ภูริ โยมพี่สารถีผู้ชายหนึ่งคน และโยมพี่อุบาสิกาหนึ่งคน แปดโมงกว่าๆเราก็ออกเดินทางไปสมุทรปราการกัน ผมได้ทราบข้อมูลเพิ่มเติมว่าโรงเรียนนี้ก็เป็นโรงเรียนเก่าที่หลวงพี่ภูริท่านเคยเรีย และบังเอิญโยมเพื่อนท่านสมัยเรียนก็มาเป็นอาจารย์สอนที่นี่ ออ...ผมสังเกตอีกอย่างคือเขาจะเรียกคำนำหน้าชื่ออาจารย์ผู้ชายว่ามาสเตอร์ เรียกคำนำหน้าชื่ออาจารย์ผู้หญิงว่ามิส ก็คงเรียกในแบบโรงเรียนคริสต์มังผมว่านะ
👺เราเดินทางมาถึงโรงเรียนก็สิบโมงกว่าๆ เนื่องจากรถติดมากๆๆๆ แต่ก็ทันสอน แรกเข้ามาในเขตโรงเรียนก็เห็นอาคารใหญ่โตใช้ได้เลยแหละครับ เห็นเด็กๆประถมวเล่นกันอย่างสนุกสนาน ผมชอบได้ยินเสียงเด็กเล่นกันฟังแล้วใจมันเบิกบานยังไงก็ไม่รู้
🙋ช่วงก่อนเที่ยงเราจะสอนเด็กประถมช่วงบ่ายโมงเราจะสอนเด็กมัธยมกัน อาคารที่เราจะเข้าไปใช้สอนเด็กเป็นโซนอาคาร EP ทั้งเด็กและอาจารย์จะพูดภาษาอังกฤษกันหมดเลยครับ พออาจารย์เห็นพระสองรูปเดินมาท่านก็สั่งให้เด็กไหว้พระเป็นภาษาอังกฤษ ผมได้ยินประมาณว่า "มังบราๆๆๆ" อะไรเนี่ยแหละ แล้วเด็กก็หันมาไหว้ด้วย หูยยยยย... เป็นสมัยผมนี่ได้แค่ ดิส อิส อะ แคท อยู่เลยครับ5555
💗ห้องที่เราใช้เทศน์ก็เป็นห้องสมุดในอาคารนี้แหละครับ แต่ผมไปเจอสิ่งที่สุดยอดอีกเรื่องหนึ่ง คือ ที่โรงเรียนนี้มีห้องน้ำพระด้วย ยังไม่พอโรงเรียนนี้มีห้องปฏิบัติธรรมของด้วย ตอนแรกผมคิดว่าจะมีแค่ของศาสนาคริสต์เสียอีก
เทศน์ครั้งนี้พระจะขึ้นเทศน์คู่กัน โดยหลวงพี่ภูริท่านจะเกริ่นเป็นภาษาอังกฤษก่อน พอถึงผมก็อัดภาษาไทยโลดพอถึงหน้าสไลด์ผมก็ให้เด็กอ่านภาษาอักฤษ ก็ผมกลัวออกเสียงไม่ตรงนี่น่า5555 เดี๋ยวเด็กจะไม่เข้าใจ อิๆ
😆รอบสายเสร็จเราก็ไปฉันเพลที่โรงอาหาร จากนั้นก่อนเทศน์รอบบ่ายโยมอาจารย์ที่เป็นเพื่อนสมัยเรียนของหลวงพี่ภูริท่านก็พาชมอาคารสถานที่ โดยเฉพาะอาคารหลังใหม่มีห้องสมุดและห้องกิจกรรมต่างๆ ผมเห็นห้องสมุดครั้งแรกนี่อยากกลับไปเป็นเด็กเลยละครับ ห้องสมุดสวยมาก มีแอร์ มีหนังสือมากมาย มีมุมอ่านหนังสือเจ๋งๆ ผมว่าเทียบกับในมหาลัยได้สบายๆเลยละครับ
👶ช่วงท้ายของการเทศน์ในแต่ละรอบผมก็จะให้เด็กๆได้สวดธัมมจักฯกันด้วครับ เด็กที่นี่ตั้งใจฟังธรรม แถมได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เอื้ออำนวยในการศึกษา และมีครูอาจารย์ที่มีหัวใจใฝ่ธรรมะด้วย ก็จะทำให้เด็กที่จบจากที่นี้ไปเป็นเด็กเก่งและดีแน่อนอนครับ
👨สมัยผมเด็กๆก็มีรุ่นพี่ที่เขาไปเรียนโรงเรียนอัสสัมเหมือนกัน นอกจากเครื่องแบบนักเรียนที่ต่างกันแล้วในเรื่องความสามารถทางภาษาอังกฤษที่นี้ก็มีชื่อเสียงอยู่เหมือนกัน ตัวผมเองเนี่ยขอบอกเลยว่าตั้งแต่เด็กแล้วไม่ชอบภาษาอังกฤษเอาเสียเลย เพราะคิดว่าเรียนไปก็ไม่ได้ใช้ พอเรียนมหาลัยก็เลยเลือกเรียนวิศวะคิดว่าเป็นคณะที่เรียนง่ายที่สุดแล้ว และคิดว่าภาษาอังกฤษคงจะน้อย แต่ที่ไหนได้หนังสือภาษาอังกฤษมาเป็นเล่มๆเลย5555
👏หัวข้อเรื่อง "ความกตัญญู" เอ...เราจะสอนอย่างไรให้น่าสนใจ ถ้าเราเอาความกตัญญูมาผูกกับเรื่องกำลังใจที่นำไปสู่ความสำเร็จในชีวิตล่ะ อืม...น่าจะใช้ได้เลยนะครับ ผมก็นั่งทำสไลด์คัดสื่อบวกลบเวลาให้พอดี พอทำต้นฉบับเสร็จก็ส่งไปให้โยมพี่อุบาสิกาช่วยใส่ภาษาฝรั่งให้ ถ้าผมใส่เองก็คงไม่พ้น google ช่วย กลัวจะไม่ถูกลงถูกหลักภาษาเขา5555
😄ใกล้วันที่จะไปผมก็ทราบข่าวว่าวันที่เราจะไปโรงเรียนอัสสัมชัญสมุทรปราการนั้นมีแขกจะมาเยี่ยมที่วัดก็กลัวจะไม่ได้อยู่ร่วมดูแลแขก และหน้าที่ไปสอนเด็กน้อยนี้เป็นบุญต้องรับผิดชอบก็ว่าจะรีบไปรีบกลับวัดให้ไวๆ และส่วนตัวผมคิดว่าแขกที่จะมาเยี่ยมวัดก็เป็นอดีตเด็กทั้งนั้น ถ้าตอนเด็กได้รับการอบรมฝึกฝนให้เป็นเด็กเก่งและดี โตขึ้นก็จะเป็นผู้ใหญ่ที่เก่งและดี เวลามาเยี่ยมวัดเราก็จะเป็นแขกที่น่ารัก "ไม่รังแกใคร" คิดดังนี้ก็ตัดใจออกไปทำหน้าที่ซะเลย
💬วันเดินทางมีผมกับหลวงพี่ภูริ โยมพี่สารถีผู้ชายหนึ่งคน และโยมพี่อุบาสิกาหนึ่งคน แปดโมงกว่าๆเราก็ออกเดินทางไปสมุทรปราการกัน ผมได้ทราบข้อมูลเพิ่มเติมว่าโรงเรียนนี้ก็เป็นโรงเรียนเก่าที่หลวงพี่ภูริท่านเคยเรีย และบังเอิญโยมเพื่อนท่านสมัยเรียนก็มาเป็นอาจารย์สอนที่นี่ ออ...ผมสังเกตอีกอย่างคือเขาจะเรียกคำนำหน้าชื่ออาจารย์ผู้ชายว่ามาสเตอร์ เรียกคำนำหน้าชื่ออาจารย์ผู้หญิงว่ามิส ก็คงเรียกในแบบโรงเรียนคริสต์มังผมว่านะ
👺เราเดินทางมาถึงโรงเรียนก็สิบโมงกว่าๆ เนื่องจากรถติดมากๆๆๆ แต่ก็ทันสอน แรกเข้ามาในเขตโรงเรียนก็เห็นอาคารใหญ่โตใช้ได้เลยแหละครับ เห็นเด็กๆประถมวเล่นกันอย่างสนุกสนาน ผมชอบได้ยินเสียงเด็กเล่นกันฟังแล้วใจมันเบิกบานยังไงก็ไม่รู้
🙋ช่วงก่อนเที่ยงเราจะสอนเด็กประถมช่วงบ่ายโมงเราจะสอนเด็กมัธยมกัน อาคารที่เราจะเข้าไปใช้สอนเด็กเป็นโซนอาคาร EP ทั้งเด็กและอาจารย์จะพูดภาษาอังกฤษกันหมดเลยครับ พออาจารย์เห็นพระสองรูปเดินมาท่านก็สั่งให้เด็กไหว้พระเป็นภาษาอังกฤษ ผมได้ยินประมาณว่า "มังบราๆๆๆ" อะไรเนี่ยแหละ แล้วเด็กก็หันมาไหว้ด้วย หูยยยยย... เป็นสมัยผมนี่ได้แค่ ดิส อิส อะ แคท อยู่เลยครับ5555
💗ห้องที่เราใช้เทศน์ก็เป็นห้องสมุดในอาคารนี้แหละครับ แต่ผมไปเจอสิ่งที่สุดยอดอีกเรื่องหนึ่ง คือ ที่โรงเรียนนี้มีห้องน้ำพระด้วย ยังไม่พอโรงเรียนนี้มีห้องปฏิบัติธรรมของด้วย ตอนแรกผมคิดว่าจะมีแค่ของศาสนาคริสต์เสียอีก
เทศน์ครั้งนี้พระจะขึ้นเทศน์คู่กัน โดยหลวงพี่ภูริท่านจะเกริ่นเป็นภาษาอังกฤษก่อน พอถึงผมก็อัดภาษาไทยโลดพอถึงหน้าสไลด์ผมก็ให้เด็กอ่านภาษาอักฤษ ก็ผมกลัวออกเสียงไม่ตรงนี่น่า5555 เดี๋ยวเด็กจะไม่เข้าใจ อิๆ
👶ช่วงท้ายของการเทศน์ในแต่ละรอบผมก็จะให้เด็กๆได้สวดธัมมจักฯกันด้วครับ เด็กที่นี่ตั้งใจฟังธรรม แถมได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เอื้ออำนวยในการศึกษา และมีครูอาจารย์ที่มีหัวใจใฝ่ธรรมะด้วย ก็จะทำให้เด็กที่จบจากที่นี้ไปเป็นเด็กเก่งและดีแน่อนอนครับ
วันจันทร์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2559
รอให้เป็นสิ
👀หลายวันที่ผ่านมาเล็งๆจะมาปิดแผ่นทองที่ระฆัง แต่มาทีไรเจอช่วงที่โยมเต็มไปหมด เลยคิดว่าให้โยมปิดแผ่นทองไปก่อน มาอีกทีระฆังว่างแต่แผ่นทองหมด มาอีกหนระฆังว่างแผ่นทองมี เลยเอาแผ่นทองใส่เก็บไว้ในย่ามแล้วถือดอกบัวไปบูชาเจดีย์ พอจะไปปิดแผ่นทองที่ระฆัง ปรากฏว่าแผ่นทองหลุดออกจากกระดาษเหลือแต่กระดาษเปล่า มาวันนี้ระฆังว่างแผ่นทองมีทองไม่หลุดมีคนถ่ายรูปให้ ครบองค์ประกอบ555 ได้ปิดสมใจ ปลื้ม..
🙈รอให้เป็นสิ
🙉อย่ากังวล
🙊สวดธัมมจักฯนั่งสมาธิไป
🙋ชัยชนะต้องใช้เวลา
🙍การจะเป็นพระพุทธเจ้าก็ยังใช้เวลาหลายอสงไขย
💥รอ... ใจใสๆ ใจสบายๆ... 💪ชนะแน่นอนครัช
😱wait by Lp'Honn
วันอาทิตย์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2559
ไม่ต้องพาหมามานะ
เมื่อผมมาวัดพระธรรมกายใหม่ๆ มีอยู่เรื่องหนึ่งที่ผมสงสัย คือ ผมหาหมาที่วัดไม่เจอเลย ทั้งที่วัดที่ผมเคยไปตั้งแต่เด็กๆ จะมีหมาอยู่มากมาย ตัวเล็กก็มีตัวใหญ่ก็มี ผมชอบไปวิ่งเล่นกับมันสนุกดี5555 หลวงปู่หลวงตาท่านก็ใจดีจะนำข้าวที่เหลือทิ้งในแต่ละวันมาเลี้ยงพวกมัน
ผมมาวัดได้สักพักก็มีโอกาสดีได้ไปค่ายของชมรมพุทธ ได้ฟังธรรมจากพระอาจารย์เรื่องนี้เหมือนกัน ท่านบอกว่าถ้าวัดมีหมามันก็จะมีข้อเสียตามมา
1.ญาติโยมที่มาก็เสี่ยงต่อการเหยียบอี้มัน เหยียบแล้วอารมณ์เสียไม่เป็นอันทำบุญ
2.เวลาหมามันทะเลาะกันเสียงจะรบกวนคนปฏิบัติธรรม
3.ถ้าดูแลหมาไม่ดี อาจเป็นโรคพิษสุนัขบ้า อันตรายเข้าไปใหญ่
4.เวลาหมามันมีลูกก็ใช่ว่าจะมีทีละตัว ปัญหาจึงตามมาอย่างทับทวีคูณ
ฯลฯ
หมาที่เราเจอในวัดเราก็จะพามันไปอยู่ในที่ที่เหมาะสม ที่ที่หมาสามารถหาข้าวหาน้ำกินได้อย่างมีความสุข
☺️
เล่าโดย Lp'Honn
เล่าโดย Lp'Honn
วันจันทร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2559
คิดแทนเรา
มีบางครั้งที่ใครบางคนอ
ทางลัด
ทางลัด คือ ทางที่ทำให้เราถึงที่
การสร้างบารมีให้ได้มา
ห้องรับรองพระ
เมื่อวานก่อนต้องลงจากดอย เพื่อไปเทศน์คุณครูที่เขาแก ้ว เครื่องผมจะออกตอนทุ่มห้า สิบ โห.. นั่งรอสองชั่วโมงกว่า แต่ดีที่สนามบินมีห้องรับรอ งพระ รถตู้มาส่งผมหน้าทางเข้าอา คารสนามบิน ผมเห็นพระสองรูปกำลังเดินเข ้าไปในอาคาร ผมเลยบอกกับน้องที่มาส่งว่า "สงสัยจะได้นั่งคุยกับ พระอาจารย์สองรูปตลอดสอ งชั่วโมงแน่เลย" ไปที่เคาน์เตอร์เชคอินก ็เจอท่านกำลังเชคอินอย ู่ พอท่านเชคอินเสร็จก็ได้ท ักทายกัน พอผมเชคอินเสร็จก็มุ่ง หน้าไปห้องรับรองพระเ ลย ซึ่งอยู่ชั้นสองพอขึ้น บันไดเลื่อนแล้วเลี้ยวซ้ าย หน้าห้องรับรองมีรองเท ้าคู่เล็กๆถอดอยู่หนึ่งค ู่ ผมจึงคิดว่าคงมีพระอยู่หนึ่ งรูป แต่พอเปิดประตูไปเท่าน ั้นแหละครับ ไม่เจอพระสักรูป เจอแต่โยมสีกากำลังนั่ งสมาธิอยู่คนเดียว เอาไงดี! พระเข้าไปคงไม่เหมาะ อ่ะ! ยกห้องนี้ให้โยมล่ะกัน โยมกำลังนั่งปฏิบัติธรรมอย ่างสงบ ผมเลยต้องไปหาที่นั่ง เอาดาบหน้า ผ่านจุดตรวจสุดท้ายแล้วไปหา ที่นั่งใกล้ๆ Gate 5 ได้ที่ว่างๆ ติดห้องน้ำ มุมนี้กำลังดีเหมาะแก่การนั ่งหลับตาสองชั่วโมง ผมนั่งไปไม่กี่นาที พระสองรูปที่เจอกันตรงเค าน์เตอร์เชคอินท่านก็มา ผมเลยนิมนต์ท่านนั่งรอด้วยก ัน ได้สอบถามว่าท่านจะไปไหน ท่านบอกว่าจะไปลงที่ส นามบินอู่ตะเภา ผมก็บอกว่าบ้านเก่าผมก็อยู่ ใกล้สนามบิน ท่านก็เลยทายว่าผมเรี ยนจบจากสิงห์สมุทร ผมบอกว่าใช่ครับ ผมทราบว่าท่านเรียนจบจากโรง เรียนสิงห์สมุทรเช่นกัน เป็นรุ่นพี่ห่างจากผมหนึ่งร อบ
คือ รุ่นสีเหลืองเหมือนกัน แต่ท่านจบปี 39 ส่วนผมจบปี 45
ท่านไปเรียนต่อที่ ม.กรุงเทพ เรียนจบก็ทำงาน แล้วก็เกิดอยากบวช
ตอนนี้ท่านบวชมาได้สี่พรรษ าแล้ว ท่านก็เป็นคนหนึ่งที่ อาจารย์สมพงษ์ พาไปทำกิจกรรมด้วย ของท่านจะเป็นแนวแสดงดนตรี จากนั้นเราก็เริ่มไล่ชื่ออา จารย์ในโรงเรียนกัน
อาจารย์อมร
อาจารย์ทัศนีย์
อาจาร์ถนอมศรี
อาจารย์ป๊อด
ฯลฯ
คุยเรื่องอาคารเก่าในโรงเรี ยนที่มีเรื่องเล่าลี้ลับ
คุยเรื่อง ผอ.
คุยกันเพลินจนหกโมงครึ่งเคร ื่องท่านต้องออกก่อน ก็ได้ร่ำลากัน ถ่ายรูปแลกเบอร์กับศิษย์โร งเรียนเดียวกัน
แล้วผมก็ต้องนั่งเหงาๆคนเดี ยวต่อไป....
ใครจะรู้ล่ะครับครับว่า อาจารย์สมพงษ์ หุ่นสะดี ท่านสร้างศิษย์ให้ไปรั บใช้สังคมรับใช้พระศาสนา มามากมายขนาดไหน
อาจารย์อมร
อาจารย์ทัศนีย์
อาจาร์ถนอมศรี
อาจารย์ป๊อด
ฯลฯ
คุยเรื่องอาคารเก่าในโรงเรี
คุยเรื่อง ผอ.
คุยกันเพลินจนหกโมงครึ่งเคร
แล้วผมก็ต้องนั่งเหงาๆคนเดี
ใครจะรู้ล่ะครับครับว่า อาจารย์สมพงษ์ หุ่นสะดี ท่านสร้างศิษย์ให้ไปรั
หน้าที่คุ้นเคย
คืนก่อนลงเทศน์เรื่องกฎ แห่งกรรมในโครงการปฏิบัต ิธรรมคุณครู แต่พอมองไปโซนหลังห้อ งเท่านั้นแหละ อึ้ง... ไปสามวินาที เพราะผมเห็นหน้าที่คุ้ นเคย นั้นคืออาจารย์ผม อาจารย์สมพงษ์ หุ่นสะดี อาจารย์คนแรกที่สอนพุท ธศาสนาได้สนุก บางชั่วโมงก็ดีดกีตาร์ร้อง เพลงกัน บางครั้งก็สอนลีลาศ อาจารย์มีคำสอนที่ตรงๆ ง่ายๆ เวลาสอนลูกศิษย์ เช่น เวลาสอนนักเรียนหญิงครู มักจะบอกว่า "ถ้าในอนาคตเธอจำเป็นต ้องแต่งงานกับผู้ชายคน ใดก็ตาม ให้เธอไปดูที่บ้านของ มัน ว่ามันเลี้ยงดูพ่อแม่ขอ งมันดีรึเปล่า ถ้ามันยังไม่เลี้ยงดู พ่อแม่ของมันอย่างดี อย่าหวังว่าถ้าเธอไปอย ู่กับมัน มันจะเลี้ยงดูเธอดีกว่าพ่อ แม่ของมัน"
มีครั้งหนึ่งพวกผมอ่าน หนังสือเตรียมสอบธรรมะ ศึกษาชั้นเอกไม่ทันเลยไ ปขออาจารย์ว่าจะไม่เข้ าสอบ อาจารย์บอกว่า "แล้วตอนนี้มันสอบรึย ังล่ะ เองยังมีเวลาอ่านอีกค ืนนึ่ง รีบกลับไปอ่านซะ" ผมก็ได้ตอบว่าครับ แล้วรีบกลับบ้านไปอ่านหนังส ือถึงตีสองตีสาม เช้ามาก็เดินทางไปสอบ ผลสอบปีนั้นพวกเราสอบผ ่านกันทุกคน แล้วไม่ว่าจะไปงานไหน ก็ตาม อาจารย์จะสอนว่าให้กลั บคนสุดท้ายเสมอเพื่อช่ วยเขาเก็บงาน... มีอีกหลายคำสอนมากๆ ที่ท่านสอนผม แต่เรื่องเด่นที่สุดคื อท่านดึงผมเข้าสู่โคร งการตอบปัญหาธรรมะทางก ้าวหน้า วันนั้นอาจารย์เอาแบงค์ร ้อยทำเป็นพวงมาลัย เอาพวงมาลัยนั้นสวมคอแล ้วขึ้นไปบนเวทีพร้อมท ั้งพูดกับนักเรียนหลายร ้อยคนว่า "พวกเธออยากจะส่งตัวเองเร ียนจนจบมหาวิทยาลัยโดยที่ไม ่ต้องขอเงินพ่อแม่ไหม ถ้าเธอสนใจ เย็นนี้ไปพบครูที่ห้อง จริยธรรม" นั้นแหละครับตกเย็นผมรี บวิ่งไปทันที ไปถึงอาจารย์ให้หนังสือ มงคลชีวิตมาหนึ่งเล่ม แล้วสั่งว่าให้กลับไปท ่องหัวข้อทั้ง 38 มงคลให้ได้ ตั้งแต่วันนั้นหลังเลิกเ รียนผมก็จะไปเรียนกับ อาจารย์ทุกวันเลย....
ตอนนี้อาจารย์เกษียณมาส องปีแล้ว ก็ใช้เวลาว่างมาเข้าป ฏิบัติธรรมตามโครงการต่ างๆ สุดท้ายอาจารย์ถามผมเรื ่องเป้าหมายการบวช ผมจึงตอบอาจารย์ว่า "..........."
มีครั้งหนึ่งพวกผมอ่าน
ตอนนี้อาจารย์เกษียณมาส
วันเสาร์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2559
เคล็ดไม่ลับ...เปลี่ยนวัยรุ่นให้เป็นพระแท้ ตอน ทำไมต้องไปภาคสนาม
..........ภาคสนามกับการบวชมันเกี่ยวกันอย่างไร ทีแรกผมเองก็สงสัยครับ ว่าผมเนี่ยจะไปบวชภาคฤดูร้อนที่วัดพระธรรมกายเนี่ยทำไมต้องไปภาคสนามด้วย เราก็ไม่ได้ไม่รบกับข้าศึกอะไรสักหน่อย ผมก็แค่อยากจะไปบวชทดแทนพระคุณพ่อพระคุณแม่ก็แค่นั้นเอง เอาว่ะ! คงมีอะไรดีๆบ้างแหละ เขาจัดกันมาทุกๆปีนิ
..........ปิดภาคเรียนใหญ่ นิสิต ม.บูรพา ต่างดีใจได้กลับบ้านกันอย่างมีความสุข แต่มีนิสิตหนุ่มหน้าตาดีกลุ่มหนึ่งไม่ได้กลับบ้าน พวกเขากำลังจะไปกอบกู้โลก! ไม่ใช่แหละคนละเรื่อง.... พวกเขากำลังจะไปบวช ใช่แล้วครับท่านผู้ชมท่านฟังไม่ผิดหรอกไปบวชจริงนั้นแหละครับ แล้วก็ไปบวชที่วัดพระธรรมกายด้วย โห...ชื่อวัดนี้ได้ยินทางทีวีออกบ่อยเนอะ5555
..........ผมฟังรุ่นพี่ชมรมพุทธว่าการบวชภาคฤดูร้อนที่วัดพระธรรมกายนั้นแบ่งเป็นช่วงๆ ผมสรุปได้ว่ามีด้วยกันสามช่วง คือ ภาคสนาม ถือศีลแปด และบวช พี่เขาบอกว่าแต่ละช่วงนั้นจะทำให้เรากลายเป็นพระแท้ที่สมบูรณ์ พี่เขาบอกเรื่องพระแท้อะไรเนี่ยผมก็ยังไม่เข้าใจหรอก เราก็เห็นพระห่มจีวรเหลืองก็คิดว่านั้นและพระ แล้วพระแท้เนี่ยจะเป็นอย่างไรหนอ?
..........ภาคสนามด่านแรกที่เราจะต้องบุกตลุยเพื่อไปเอาคัมภีย์เจ้ายุทธภพ5555 กำหนดการเราจะต้องไปขึ้นรถที่จุฬาฯ แต่ก่อนวันนัดหมายเราต้องมาพักที่ชมรมพุทธศาสตร์สากลฯก่อน ชมรมพุทธศาสตร์สากลฯอยู่ตรงไหน? ก็อยู่ในวัดพระธรรมกายนั้นแหละครับ อยู่เขตมูลนิธิธรรมกาย ถ้าท่านเข้าตรงประตูคลองหลวง ก่อนถึงวงเวียนด้านขวามือนั้นละครับ บางท่านบอกเคยได้ยินชื่อชมรมแต่ไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหนก็มี555
..........ก่อนไปภาคสนามพี่เขาบอกให้จัดกระเป๋า ให้เตรียมชุดลุยสักสามสี่ชุด อุปกรณ์อาบน้ำ ไฟฉาย ยาประจำตัว และเสื้อขาวหนึ่งตัว เสื้อขาวเอาไว้ใส่วันสุดท้ายตอนจะเข้าวัด ผมและเพื่อนๆ เก็บของเสร็จก็เดินทางมาที่ชมรมพุทธศาสตร์สากลฯ ช่วงเย็นๆค่ำๆเราคุยกันว่า ไหนๆก็จะบวชแล้ว เราคงไม่ได้กินข้าวเย็นอีกนาน อย่าว่ากระนั้นเลย เราแอบไปหาอะไรกินหน้าวัดกันดีกว่า5555 เด็กวัยรุ่นแห่งเทาทองเดินออกหน้าวัด ข้ามถนนไปฝั่งตรงข้ามเดินต่อไปทางอำเภอคลองหลวง เราไปลงเอยที่ร้านก๋วยเตี๋ยวหมี่เกี๊ยว กินกันแบบสั่งลาเลยทีเดียวครับ แต่ในใจลึกๆก็กลัวเรื่องที่พี่เขาเคยเล่าว่า คนจะบวชเนี่ยมารมันจะมาขวาง เพราะการบวชเป็นบุญใหญ่ กินๆไปผมชักเสียวๆ เสียวสิบล้อพุ่งชนร้านจังเลย5555 คงได้ลงข่าวหน้าหนึ่งว่า "กลุ่มนิสิตหนุ่มตั้งใจมาบวชบุญไม่ถึงสิบล้อแหกเสยร้านก๋วยเตี๋ยวดับอนาถถถถ" โชคดีไม่มีอะไรเกิดขึ้นเรากินเสร็จก็รีบกลับเข้าวัดไปนอนพรุ่งนี้จะต้องตื่นแต่เช้า
..........เช้าแล้วๆตื่นเต้นๆ พวกเรากำลังจะนั่งรถบัสไปจุฬาฯ ในรถมีเพื่อนๆจากหลายมหาลัย บางคนผมก็คุ้นๆเพราะเคยมาเข้าค่ายด้วยกัน แต่ก็ยังไม่รู้จักชื่อ แล้วในรถเขาก็นั่งรวมกลุ่มกันเป็นสถาบันๆ พวกเราเด็ก ม.บู ก็รวมๆกันไว้เหมือนกัน มาถึงจุฬาฯก็มีเพื่อนจากมหาลัยอื่นๆมารออยู่แล้วส่วนหนึ่ง ที่ๆเรามาร่วมกันเป็นสนามหญ้าอยู่ข้างอาคารสวยๆ
เมื่อมาถึงพี่ staff ก็ให้พวเราลงทะเบียนแล้วไปนั่งรอเพื่อขึ้นรถไปโรงเรียนนายร้อย ก่อนขึ้นเขาก็มีการแนะนำพี่ staff ที่จะไปดูแลพวกเราที่โรงเรียนนายร้อยด้วยครับ ซึ่งพี่เขาจะใส่เสื้อเขียวๆเหมือนกันหมดเลย น่าจะไปซื้อมาจากร้านเดียวกันแหงๆ
..........ถึงเวลาต้องเดินทางเราก็ไปขึ้นรถบัส รถบัสน่าจะสักสี่ห้าคัน จะวิ่งไปเป็นขบวนๆ ข้างหน้ามีรถตำรวจนำ อย่างเท่เลยครับในชีวิตเพิ่งเคยนั่งรถแล้วมีรถนำขบวน แต่พี่ตำรวจเขามาส่งแค่นอกเมืองครับ หลังจากนั้นรถบัสวิ่งไปเอง แง้วววว เท่ไม่สุดทาง...
เมื่อเราเข้าเขตโรงเรียนนายร้อย แต่ยังไปไม่ถึงที่พัก ครูฝึกที่เป็นทหารก็ให้เราลงจากรถบัสแล้วให้มาที่ศาลาวงกลมก่อน ภายในศาลาวงกลมประดิษฐานพระบรมรูปรัชกาลที่ ๕ ครูฝึกให้เราวิ่งเพื่อเป็นการสักการะ แล้วเราจะวิ่งกี่รอบกันดี ก็ตามจำนวนรุ่นที่เราจะบวชไง ปีนี้เป็นโครงการธรรมทายาทรุ่นที่ 32 นั้นหมายความว่าเราจะต้องวิ่งรอบศาลาวงกลม 32 รอบ อ่ะจัดไปครับ วิ่งเสร็จก็ถ่ายรูปหมู่กันสักหน่อย
..........ปิดภาคเรียนใหญ่ นิสิต ม.บูรพา ต่างดีใจได้กลับบ้านกันอย่างมีความสุข แต่มีนิสิตหนุ่มหน้าตาดีกลุ่มหนึ่งไม่ได้กลับบ้าน พวกเขากำลังจะไปกอบกู้โลก! ไม่ใช่แหละคนละเรื่อง.... พวกเขากำลังจะไปบวช ใช่แล้วครับท่านผู้ชมท่านฟังไม่ผิดหรอกไปบวชจริงนั้นแหละครับ แล้วก็ไปบวชที่วัดพระธรรมกายด้วย โห...ชื่อวัดนี้ได้ยินทางทีวีออกบ่อยเนอะ5555
..........ผมฟังรุ่นพี่ชมรมพุทธว่าการบวชภาคฤดูร้อนที่วัดพระธรรมกายนั้นแบ่งเป็นช่วงๆ ผมสรุปได้ว่ามีด้วยกันสามช่วง คือ ภาคสนาม ถือศีลแปด และบวช พี่เขาบอกว่าแต่ละช่วงนั้นจะทำให้เรากลายเป็นพระแท้ที่สมบูรณ์ พี่เขาบอกเรื่องพระแท้อะไรเนี่ยผมก็ยังไม่เข้าใจหรอก เราก็เห็นพระห่มจีวรเหลืองก็คิดว่านั้นและพระ แล้วพระแท้เนี่ยจะเป็นอย่างไรหนอ?
..........ภาคสนามด่านแรกที่เราจะต้องบุกตลุยเพื่อไปเอาคัมภีย์เจ้ายุทธภพ5555 กำหนดการเราจะต้องไปขึ้นรถที่จุฬาฯ แต่ก่อนวันนัดหมายเราต้องมาพักที่ชมรมพุทธศาสตร์สากลฯก่อน ชมรมพุทธศาสตร์สากลฯอยู่ตรงไหน? ก็อยู่ในวัดพระธรรมกายนั้นแหละครับ อยู่เขตมูลนิธิธรรมกาย ถ้าท่านเข้าตรงประตูคลองหลวง ก่อนถึงวงเวียนด้านขวามือนั้นละครับ บางท่านบอกเคยได้ยินชื่อชมรมแต่ไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหนก็มี555
..........ก่อนไปภาคสนามพี่เขาบอกให้จัดกระเป๋า ให้เตรียมชุดลุยสักสามสี่ชุด อุปกรณ์อาบน้ำ ไฟฉาย ยาประจำตัว และเสื้อขาวหนึ่งตัว เสื้อขาวเอาไว้ใส่วันสุดท้ายตอนจะเข้าวัด ผมและเพื่อนๆ เก็บของเสร็จก็เดินทางมาที่ชมรมพุทธศาสตร์สากลฯ ช่วงเย็นๆค่ำๆเราคุยกันว่า ไหนๆก็จะบวชแล้ว เราคงไม่ได้กินข้าวเย็นอีกนาน อย่าว่ากระนั้นเลย เราแอบไปหาอะไรกินหน้าวัดกันดีกว่า5555 เด็กวัยรุ่นแห่งเทาทองเดินออกหน้าวัด ข้ามถนนไปฝั่งตรงข้ามเดินต่อไปทางอำเภอคลองหลวง เราไปลงเอยที่ร้านก๋วยเตี๋ยวหมี่เกี๊ยว กินกันแบบสั่งลาเลยทีเดียวครับ แต่ในใจลึกๆก็กลัวเรื่องที่พี่เขาเคยเล่าว่า คนจะบวชเนี่ยมารมันจะมาขวาง เพราะการบวชเป็นบุญใหญ่ กินๆไปผมชักเสียวๆ เสียวสิบล้อพุ่งชนร้านจังเลย5555 คงได้ลงข่าวหน้าหนึ่งว่า "กลุ่มนิสิตหนุ่มตั้งใจมาบวชบุญไม่ถึงสิบล้อแหกเสยร้านก๋วยเตี๋ยวดับอนาถถถถ" โชคดีไม่มีอะไรเกิดขึ้นเรากินเสร็จก็รีบกลับเข้าวัดไปนอนพรุ่งนี้จะต้องตื่นแต่เช้า
..........เช้าแล้วๆตื่นเต้นๆ พวกเรากำลังจะนั่งรถบัสไปจุฬาฯ ในรถมีเพื่อนๆจากหลายมหาลัย บางคนผมก็คุ้นๆเพราะเคยมาเข้าค่ายด้วยกัน แต่ก็ยังไม่รู้จักชื่อ แล้วในรถเขาก็นั่งรวมกลุ่มกันเป็นสถาบันๆ พวกเราเด็ก ม.บู ก็รวมๆกันไว้เหมือนกัน มาถึงจุฬาฯก็มีเพื่อนจากมหาลัยอื่นๆมารออยู่แล้วส่วนหนึ่ง ที่ๆเรามาร่วมกันเป็นสนามหญ้าอยู่ข้างอาคารสวยๆ
เมื่อมาถึงพี่ staff ก็ให้พวเราลงทะเบียนแล้วไปนั่งรอเพื่อขึ้นรถไปโรงเรียนนายร้อย ก่อนขึ้นเขาก็มีการแนะนำพี่ staff ที่จะไปดูแลพวกเราที่โรงเรียนนายร้อยด้วยครับ ซึ่งพี่เขาจะใส่เสื้อเขียวๆเหมือนกันหมดเลย น่าจะไปซื้อมาจากร้านเดียวกันแหงๆ
..........ถึงเวลาต้องเดินทางเราก็ไปขึ้นรถบัส รถบัสน่าจะสักสี่ห้าคัน จะวิ่งไปเป็นขบวนๆ ข้างหน้ามีรถตำรวจนำ อย่างเท่เลยครับในชีวิตเพิ่งเคยนั่งรถแล้วมีรถนำขบวน แต่พี่ตำรวจเขามาส่งแค่นอกเมืองครับ หลังจากนั้นรถบัสวิ่งไปเอง แง้วววว เท่ไม่สุดทาง...
เมื่อเราเข้าเขตโรงเรียนนายร้อย แต่ยังไปไม่ถึงที่พัก ครูฝึกที่เป็นทหารก็ให้เราลงจากรถบัสแล้วให้มาที่ศาลาวงกลมก่อน ภายในศาลาวงกลมประดิษฐานพระบรมรูปรัชกาลที่ ๕ ครูฝึกให้เราวิ่งเพื่อเป็นการสักการะ แล้วเราจะวิ่งกี่รอบกันดี ก็ตามจำนวนรุ่นที่เราจะบวชไง ปีนี้เป็นโครงการธรรมทายาทรุ่นที่ 32 นั้นหมายความว่าเราจะต้องวิ่งรอบศาลาวงกลม 32 รอบ อ่ะจัดไปครับ วิ่งเสร็จก็ถ่ายรูปหมู่กันสักหน่อย
..........ถ่ายรูปเสร็จครูฝึกสั่งให้พวกเราวิ่งขึ้นรถให้เร็วที่สุด แล้วก็เป่านกหวีด ปี๊ดดดดด! พวกเราใช้เกียร์หมาวิ่งขึ้นรถทันที555 รถบัสก็วิ่งต่อไปอีก ผมก็คิดว่าคงจะไปที่พักเลย ที่ไหนได้แวะสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ประจำโรงเรียนนายร้อยอีกแห่ง ศาลเจ้าพ่อขุนด่าน เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์มีประชาชนเคารพนับถือมาก
ตามประวัติท่านเป็นนายด่านเมืองนครนายกสมัยอยุธยา เมื่อปี พ.ศ.๒๑๓๐
ในรัชสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราชขณะที่ไทยติดพันศึกกับพม่า
เขมรได้เข้ามารุกราน และกวาดต้อนผู้คนแถบปราจีนบุรี เพื่อนำกลับไปเขมร
และได้ยึดเมืองปราจีนบุรีและเมืองนครนายก ขุนด่านได้รวบรวมชาวเมืองถอย
ไปตั้งหลักที่เขาชะโงก
แล้วยกกำลังเข้าขับไล่เขมรออกจากนครนายกจนเขมรแตกพ่ายไป ครูฝึกสั่งให้พวกเราวิดพื้นเพื่อสักการะท่าน ขึ้นลงสุดนับพร้อมกัน
และแล้วเราก็มาถึงที่พักของเราจนได้ ที่พักของเราก็คือกองร้อยทหารนั้นแหละครับ มีโรงนอน ห้องน้ำรวม น่าอยู่มากเลย บรรยากาศลูกผู้ชายๆดี โชคดีนะที่เราเอากางเกงบอลมาใส่อาบน้ำด้วย5555
..........สามคืนสี่วันที่เราจะอยู่ที่นี่ ลุยยยย! กิจกรรมที่นี่เริ่มต้นด้วยการฝึกระเบียบแถวซ้ายหันขวาหันกลับหลังหัน หลายคนอาจจะบอกชิวๆ ลูกเสือ รด. เราผ่านมาหมดแล้ว แต่อันนี้เนื่องจากเรามากันหลากหลายมาก มันจึงเกิดปัญหาสิครับ จัดแถวช้าบ้าง แถวไม่ตรงบ้าง โดนสั่งวิดพื้นจนหมดแรง พอหมดแรงก็เลยถูกสั่งกางมุ้ง ผมสังเกตว่าพวกเราเริ่มที่จะใส่ใจคนอื่นมากขึ้น แม้เรายังไม่รู้จักชื่อกันก็จะเรียก นายๆ คุณๆ พยายามกระตุ้นให้จัดแถวให้เร็ว เพราะครูฝึกสายโหดมองเราอยู่โดยเฉพาะคนที่ใส่หมวกคาวบอย
ครูฝึกท่านนี้เสียงดังมาก แบบว่าสั่งทีได้ยินทั้งสนามฟุตบอลกันเลยทีเดียว555555
..........ต่อมาเราก็ไปเข้าฐานกิจกรรมที่ให้ข้อคิดต่างๆ เช่น เกมส์กู้ระเบิด ที่จะมีเชือกฟางประมาณสิบเส้นปลายข้างหนึ่งผูกกับหนังยางและอีกปลายมาผูกกับเอวสมาชิกในกลุ่ม ช่วยกันเอาหนังยางมารัดคอขวดให้ได้ เกมส์นี้ได้เรื่องความสามัคคีครับ ต้องร่วมแรงร่วมใจกันจึงจะสำเร็จ
อีกฐานผมเรียกชื่อไม่ถูก คือ ทุกคนเอาผ้าปิดตายืนค่อมไม้ไผ่ลำยาวๆ ข้างหน้ามีต้นไม้ที่ติดลูกโป่งไว้ กติกาคือจะมีหนึ่งคนที่ไม่ได้ค่อมไม้ไผ่คอยบอกซ้ายๆขวาๆ ถ้าตรงแล้วสั่งแทงให้โดนลูกโป่งให้แตก เกมส์นี้ได้เรื่องการฟังผู้นำ และยังมีฐานทดสอบกำลังใจต่างๆอีกมากมาย เช่น ไต่เชือก ลอดลวดหนาม ปีนกำแพง จบแต่ละฐานพี่เลี้ยงทหารจะสรุปข้อคิดให้ ส่วนกลางคืนวันแรกมีฐานทดสอบกำลังใจแบบผีๆ มีโลงศพข้างหน้า ครูฝึกจะมาเล่าเรื่องผีๆน่ากลัว แล้วปล่อยให้ไปใกล้โลงศพทีละคน จากนั้นเราจะเจอ แบร๊ะ! พี่เลี้ยงทหารปลอมเป็นผีมาหลอก5555
..........เวลากินข้าวแต่ละมื้อนี้ลำบากมาก ต้องตบฉากมุดโต๊ะกันหลายรอบกว่าจะได้กิน แต่ข้าวทหารอร่อยมากนะครับ หรือว่าเราเหนื่อยจนหิวจัดก็ไม่รู้เนอะ55555
วันที่สองครูฝึกให้เราเดินทางใกล้โดยให้เตรียมเป้สนาม เต็นท์ทหาร และอุปกรณ์พิเศษ โดยให้ตัวแทนกลุ่มมาจับฉลาก บางกลุ่มได้มอเตอร์ไซด์เก่าๆ บางกลุ่มได้กลองยาว บางกลุ่มได้ขนม กลุ่มผมไม่ได้อะไรเลย ครูฝึกสั่งให้แบกของที่ได้ไปด้วยห้ามทิ้งกลางทาง เป้าหมายการเดินทางไกลคือเราจะขึ้นเขาชะโงกกัน เขาบอกว่าใครมาโรงเรียนนายร้อยแล้วยังไม่ได้ขึ้นเขาชะโงกแสดงว่ายังมาไม่ถึง เขาชะโงกที่เราจะขึ้นนี่สูง 285 เมตร ครับ ดูเหมือนไม่เท่าไหร่แต่อุปกรณ์ต่างๆมันเต็มหลังเราไปหมดเลย คงจะเอาเรื่องเหมือนกันนะเนี่ย
เมื่อเราเริ่มเดิน ช่วงพื้นราบสบายๆครับ พอเริ่มขึ้นเขาเท่านั้นแหละ อาการเริ่มออก แต่พี่เลี้ยงทหารจะเชียร์เราตลอด พาเราร้องเพลงต่างๆให้เรามีแรงฮึด กลุ่มที่มีกลองยาวก็ตี เท่ง ป๊ะ เท่ง ป๊ะ กันอย่างมัน กลุ่มแบกมอเตอร์ไซด์นี่ลำบากหน่อยต้องช่วยกันแบก กลุ่มที่มีความสุขสุดน่าจะเป็นกลุ่มที่ได้ขนม เดินไปกินไปอย่างมีความสุข5555 เราเดินไปก็ชมธรรมชาติไปด้วย แต่พอยิ่งสูงยิ่งเหนื่อยคิดว่าเมื่อไรจะถึงว่ะเนี่ย จากมองวิวข้างทางก็กลายเป็นมองเท้าเพื่อนข้างหน้า คิดไปแค่ทีละก้าวทีละก้าว จู่ๆความคิดที่ว่าเมื่อไรจะถึงยอดเขามันหายไปเฉยเลย ความคิดมีแค่ก้าวซ้ายก้าวขวาเท่านั้น ผมจึงได้ข้อคิดว่าเราควรทำปัจจุบันให้ดีที่สุดดีกว่า อย่าพึ่งไปกังวลกับอนาคตที่มันยังมาไม่ถึงเลย มันจะทุกข์ใจมากกว่าจริงไหมครับ และผมคิดว่าถ้าทำปัจจุบันให้มันดี โอกาสที่จะทำให้เรื่องในอนาคตมันดีได้มันก็น่าจะเป็นไปได้สูงนะครับ คิดเรื่องนี้ไปมาเราก็มาถึงแล้ว "ยอดเขาชะโงก" เย้! ถ่ายรูปสักหน่อยดีกว่า แต่ท่านจะไม่เห็นผมในรูปหรอก เพราะนั่งหอบอยู่ข้างหลัง 555555
จากนี้เป็นเรื่องของการลงเขา ลงเขานี่แทบจะวิ่งลงเลยครับ แค่เราเบรคดีๆ ไม่ต้องใช้แรงมากมายเหมือนกับตอนขึ้นเขา เหมือนชีวิตเราอาจจะเจออุปสรรคมากมายแต่เมื่อผ่านมันได้ก็จะสบายแล้วครับ เราลงถึงจุดหนึ่งครูฝึกสั่งให้หยุดเดินแล้วรวมกลุ่มกันไว้ ท่านบอก "วันนี้จะมีการแสดงการโรยตัวจากหน้าผาของนักเรียนนายร้อย ใครอยากดูบ้าง?" พวกผมนี่รีบยกมือเลย ดีใจว่าจะได้ดูของจริงๆแล้ว เมื่อก่อนแค่ดูแต่ในหนัง
จากนี้เป็นเรื่องของการลงเขา ลงเขานี่แทบจะวิ่งลงเลยครับ แค่เราเบรคดีๆ ไม่ต้องใช้แรงมากมายเหมือนกับตอนขึ้นเขา เหมือนชีวิตเราอาจจะเจออุปสรรคมากมายแต่เมื่อผ่านมันได้ก็จะสบายแล้วครับ เราลงถึงจุดหนึ่งครูฝึกสั่งให้หยุดเดินแล้วรวมกลุ่มกันไว้ ท่านบอก "วันนี้จะมีการแสดงการโรยตัวจากหน้าผาของนักเรียนนายร้อย ใครอยากดูบ้าง?" พวกผมนี่รีบยกมือเลย ดีใจว่าจะได้ดูของจริงๆแล้ว เมื่อก่อนแค่ดูแต่ในหนัง
สักพักครูฝึกประกาศว่า "ต่อไปนี้เป็นการแสดงการโรยตัว ให้มองบนยอดหน้าผา อ้าว! ขอเสียงปรบมือหน่อย" พวเราปรบมือรั่วๆ แป๊ะๆๆๆๆๆ ทันใดนั้นมีพี่ทหารวิ่งถอดเสื้อออกมาจากข้างต้นไม้ ในมือถือกระป๋องแป้ง แล้วภาพอันสยอดสยองก็เกิดขึ้น เมื่อพี่ทหารเอาแป้งที่ถือมาโรยตัวเองจนขาวทั้งตัว เสียงปรบมือหายไป กลายเป็นเสียงโห่ทันที555555 ดูการแสดงเสร็จเราก็เดินลงเขากันต่อ มาถึงพื้นราบก็หัวค่ำแล้ว ครูฝึกให้กินข้าวเย็นแล้วประกาศว่าเราจะนอนข้างแรมกันที่นี่ หนึ่งเต็นท์นอนได้สองคนให้จับคู่กันเอง ผมดูนาฬิกา เอ...มันเพิ่งสองทุ่มเองจะให้รีบนอนทำไมเนี่ย? แต่ก็ชั่งเถอะนอนเอาแรงดีกว่าเหนื่อยมาทั้งวัน ครูฝึกสั่งว่าใครยังไม่ยอมนอนเดี๋ยวจะให้มาออกกำลังกายจะได้อยากนอน ผมรีบหลับตาเลยครับ บิ๊วให้หลับจนเริ่มเคลิ้มๆ....................ตูมมมมมมม! เสียงระเบิดดังขึ้น
ครูฝึกประกาศออกโทรโข่งว่า "ต่อไปนี้เป็นการฝึกสถานการณ์ฉุกเฉิน ขอให้ธรรมทายาททุกคนหนีกลับฐานให้ได้ ครูจะให้เวลายี่สิบวินาทีในการออกจากบริเวณนี้ ถ้าใครถูกครูจับได้จะต้องจ่ายค่าไถ่ตัวเป็นเสื้อผ้าหนึ่งชิ้น" พวกผมรีบออกมาจากเต็นท์เก็บข้าวของโดยไว จากนั้นรวมหมู่กันวิ่งกระโจนหลบเข้าไปในป่าหญ้าซึ่งสูงท่วมหัว เป็นหญ้าแห้งๆคันๆ พวกผมเข้าไปปรึกษากันว่าเราจะไปทางทิศไหนดีเพราะนี่มันมืดแล้วไม่รู้ว่าฐานอยู่ที่ไหน เพื่อนคนหนึ่งเสนอว่าเราควรไปตรงที่ที่มีแสงไฟสว่างที่สุด น่าจะเป็นทางไปถนนใหญ่ที่จะพาเราไปฐานได้ ทุกคนเห็นด้วยจึงพากันเดินไปทางทิศที่กำหนดไว้ เดินไปอย่างเงียบๆเพราะกลัวจะมีพี่เลี้ยงทหารดักอยู่ข้างหน้า พวกเราออกมาจนสุดป่าหญ้าเห็นถนนแล้วแต่ยังไม่กล้าข้ามกลัวมีพี่เลี้ยงทหารดักอยู่ เลยหมอบสังเกตการณ์ไปก่อน สักพักมีรถกระบะเปิดไฟแวบๆ มีเสียงประกาศจากครูฝึกว่า "กิจกรรมจบแล้ว ขอให้ธรรมทายาททุกคนออกไปรวมกันที่ฐาน" พวกผมบางคนบอกนี่อาจเป็นแผนหลอกเราก็ได้ งั้นรอให้รถกระบะเลยออกไปก่อนล่ะกัน พอได้จังหวะพวกเราก็วิ่งๆข้ามถนนมุ่งหน้าสู่ฐาน กลุ่มผมมาถึงก็กลุ่มเกือบท้ายๆ มีเพื่อนส่วนใหญ่นั่งรออยู่แล้ว เราก็ไปนั่งรวมกับเพื่อน เราได้พูดถึงวิธีการหลบหนีว่าแต่ละกลุ่มไปอย่างไรเจออะไรบ้าง มาตอนนี้เราสนิทกันมากขึ้นแม้จะมาจากต่างสถาบันกัน แต่เราคุยด้วยกันได้หัวเราะด้วยกันได้ คืนนั้นผมหลับเป็นตายเลยนะครับ55555 ZZZZZ
เข้าสู่วันสุดท้ายที่เราจะได้อยู่กันในอาณาเขตของโรงเรียนนายร้อยแล้ว พรุ่งนี้ต้องเดินทางไปวัดพระธรรมกาย วันนี้ผมเลยตั้งใจจะรักษาศีลแปดจะได้เตรียมกายวาจาใจให้พร้อมสู่การเป็นพระแท้ ช่วงกินข้าวเย็นครูฝึกจะถามว่าใครถือศีลแปดให้ออกมา ครูเตรียมโอวันตินเอาไว้ให้ ผมจึงลุกขึ้นยืนและมีเพื่อนอีกประมาณสามสิบคนลุกขึ้นด้วย ผมนั่งทบทวนศีลแปดพร้อมกับซดโอวันตินไปด้วย จ๊อกกกกก! เสียงท้องมันร้อง หิวข้าวจังเลยยยง่ะTT
ช่วงคืนสุดท้ายของการอยู่ที่นี่ครูฝึกจัดกิจกรรมรอบกองไฟให้ครับ มีซูลูพ้นไฟ มีรำวง แสดงละคร และมินิคอนเสิร์ต ช่วงคอนเสิร์ตก็เป็นพี่ๆทหารนี่แหละครับ กลอง กีต้าร์ เบส นักร้องครบเลย พอขึ้นท่อนโซโล่ แอ๊ดๆๆๆๆๆแอดดดดดด พี่ทหารบอก "อ้าว! ธรรมทายาทลุกขึ้นมาเต้น วู้วววววววว" เกือบสามร้อยชีวิตกระโดดทันที รวมทั้งผมด้วย ฝุ่นนี่ลอยแดงทั้งสนาม ผม ผม ลืม ไป ว่า วันนี้ผมศีล แปดดดดดดดดดดดด! บัดซบจริงๆเลย(เสียงหล่อ) เดี๋ยวค่อยไปสมาทานใหม่ละกัน วู้ๆๆๆ 5555555
เช้าวันกลับวัดพระธรรมกาย เราใส่เสื้อขาวสะอาด ทำพิธีปิดถ่ายรูปหมู่ มาตอนนี้ผมสามารถเดินทักทายเพื่อนได้ทุกคน พวกเราไม่แบ่งแยกกันอีแล้วว่ามาจากสถาบันไหน พวกเราทุกคน คือ ธรรมทายาท ที่จะเป็นพระแท้ที่โลกต้องการ เป็นพระลูกชายที่ดีให้กับโยมพ่อโยมแม่ ผมเข้าใจแล้วครับว่าทำไมการบวชที่วัดพระธรรมกายต้องมีภาคสนาม "เพราะวินัยทางโลกหากยังทำได้ไม่ดีพอ วินัยทางธรรมก็ยากที่จะดีได้..." ผมขอขอบพระคุณครูฝึก พี่ทหาร พี่ staff และที่สำคัญขอกราบขอบพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยด้วยครับ ที่มอบโครงการดีๆให้กับวัยรุ่นอย่างพวกเรา...โปรดติดตามตอนต่อไป
ครูฝึกประกาศออกโทรโข่งว่า "ต่อไปนี้เป็นการฝึกสถานการณ์ฉุกเฉิน ขอให้ธรรมทายาททุกคนหนีกลับฐานให้ได้ ครูจะให้เวลายี่สิบวินาทีในการออกจากบริเวณนี้ ถ้าใครถูกครูจับได้จะต้องจ่ายค่าไถ่ตัวเป็นเสื้อผ้าหนึ่งชิ้น" พวกผมรีบออกมาจากเต็นท์เก็บข้าวของโดยไว จากนั้นรวมหมู่กันวิ่งกระโจนหลบเข้าไปในป่าหญ้าซึ่งสูงท่วมหัว เป็นหญ้าแห้งๆคันๆ พวกผมเข้าไปปรึกษากันว่าเราจะไปทางทิศไหนดีเพราะนี่มันมืดแล้วไม่รู้ว่าฐานอยู่ที่ไหน เพื่อนคนหนึ่งเสนอว่าเราควรไปตรงที่ที่มีแสงไฟสว่างที่สุด น่าจะเป็นทางไปถนนใหญ่ที่จะพาเราไปฐานได้ ทุกคนเห็นด้วยจึงพากันเดินไปทางทิศที่กำหนดไว้ เดินไปอย่างเงียบๆเพราะกลัวจะมีพี่เลี้ยงทหารดักอยู่ข้างหน้า พวกเราออกมาจนสุดป่าหญ้าเห็นถนนแล้วแต่ยังไม่กล้าข้ามกลัวมีพี่เลี้ยงทหารดักอยู่ เลยหมอบสังเกตการณ์ไปก่อน สักพักมีรถกระบะเปิดไฟแวบๆ มีเสียงประกาศจากครูฝึกว่า "กิจกรรมจบแล้ว ขอให้ธรรมทายาททุกคนออกไปรวมกันที่ฐาน" พวกผมบางคนบอกนี่อาจเป็นแผนหลอกเราก็ได้ งั้นรอให้รถกระบะเลยออกไปก่อนล่ะกัน พอได้จังหวะพวกเราก็วิ่งๆข้ามถนนมุ่งหน้าสู่ฐาน กลุ่มผมมาถึงก็กลุ่มเกือบท้ายๆ มีเพื่อนส่วนใหญ่นั่งรออยู่แล้ว เราก็ไปนั่งรวมกับเพื่อน เราได้พูดถึงวิธีการหลบหนีว่าแต่ละกลุ่มไปอย่างไรเจออะไรบ้าง มาตอนนี้เราสนิทกันมากขึ้นแม้จะมาจากต่างสถาบันกัน แต่เราคุยด้วยกันได้หัวเราะด้วยกันได้ คืนนั้นผมหลับเป็นตายเลยนะครับ55555 ZZZZZ
เข้าสู่วันสุดท้ายที่เราจะได้อยู่กันในอาณาเขตของโรงเรียนนายร้อยแล้ว พรุ่งนี้ต้องเดินทางไปวัดพระธรรมกาย วันนี้ผมเลยตั้งใจจะรักษาศีลแปดจะได้เตรียมกายวาจาใจให้พร้อมสู่การเป็นพระแท้ ช่วงกินข้าวเย็นครูฝึกจะถามว่าใครถือศีลแปดให้ออกมา ครูเตรียมโอวันตินเอาไว้ให้ ผมจึงลุกขึ้นยืนและมีเพื่อนอีกประมาณสามสิบคนลุกขึ้นด้วย ผมนั่งทบทวนศีลแปดพร้อมกับซดโอวันตินไปด้วย จ๊อกกกกก! เสียงท้องมันร้อง หิวข้าวจังเลยยยง่ะTT
ช่วงคืนสุดท้ายของการอยู่ที่นี่ครูฝึกจัดกิจกรรมรอบกองไฟให้ครับ มีซูลูพ้นไฟ มีรำวง แสดงละคร และมินิคอนเสิร์ต ช่วงคอนเสิร์ตก็เป็นพี่ๆทหารนี่แหละครับ กลอง กีต้าร์ เบส นักร้องครบเลย พอขึ้นท่อนโซโล่ แอ๊ดๆๆๆๆๆแอดดดดดด พี่ทหารบอก "อ้าว! ธรรมทายาทลุกขึ้นมาเต้น วู้วววววววว" เกือบสามร้อยชีวิตกระโดดทันที รวมทั้งผมด้วย ฝุ่นนี่ลอยแดงทั้งสนาม ผม ผม ลืม ไป ว่า วันนี้ผมศีล แปดดดดดดดดดดดด! บัดซบจริงๆเลย(เสียงหล่อ) เดี๋ยวค่อยไปสมาทานใหม่ละกัน วู้ๆๆๆ 5555555
นั่งนึกๆแล้วเอามาเล่าโดย
หลวงพี่ฮอน
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)


































