วันพุธที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

เก้าอี้ตัวนั้น

 เก้าอี้ตัวนั้น

...อากาศยามบ่ายไม่ร้อนนักสำหรับมหาลัยที่อยู่ใกล้ทะเล ก็คงด้วยอานิสงส์ลมทะเลกระมัง แหะๆ เปล่าเลยครับ บนหัวมีพัดลมเพดานสีเขียวเก่าๆตัวหนึ่ง กำลังหมุนติ้วๆ ทำหน้าที่ให้ความเย็นอยู่ ผมมานั่งๆยืนๆที่ชมรมพุทธได้ประมาณสองเดือนแล้ว ส่วนใหญ่ก็มาหมกมุ่นกับหนังสือธรรมะในตู้เนี่ยล่ะ อ่านแล้วมีความสุข โดยเฉพาะหนังสือที่เกี่ยวกับคุณยาย อ่านจบไปสามรอบเป็นอย่างน้อย อ่านไป อ่านไป ในใจก็นึกถึงคุณยายไปตามเนื้อเรื่องในหนังสือเลย อ่านจบแต่ละครั้งก็ก้มกราบคุณยายที่หน้าปก บางทีก็คิดว่าตัวเองคงบุญน้อยที่มาไม่ทันเจอคุณยายTT

...ในห้องธุรการของชมรมพุทธจะมีโต๊ะทำงานอยู่สามโต๊ะ โต๊ะในสุดจะเป็นโต๊ะของพี่ประธานชมรม โต๊ะตัวนี้มีความพิเศษ คือ มีเก้าอี้สีน้ำตาลตัวใหญ่ เหมือนๆกับเก้าอี้ท่านผู้บริหาร จำได้ว่ามาชมรมพุทธวันแรกๆ ก็ตรงเข้าไปนั่งเลย นั่งโยกๆ หมุนไปหมุนมาอย่างสนุกสนาน พี่ชมรมมาเห็นเข้าเลยโดนดุเลย พี่เขาบอกว่า “น้องค่ะ! เก้าอี้ตัวนี้สำหรับพี่ประธานชมรมพุทธนะค่ะ ถ้าน้องอยากจะนั่งน้องต้องมาเป็นประธานชมรมพุทธนะค่ะ” ผมเลยคิดในใจว่า “ได้ครับพี่ ผมจะต้องเป็นประธานชมรมพุทธให้ได้” ทั้งๆที่ยังไม่รู้เรื่องอะไรเลยว่าการเป็นประธานชมรมพุทธนี่ไม่ใช้ง่ายๆนะครับ ก็คิดไปตามประสาเด็กๆ แหะๆ เด็กห้าว!

...วันหนึ่งผมนั่งอ่านหนังสือธรรมะอย่างสบายใจ พี่ประธานชมรมก็เข้ามาคุยด้วย พร้อมกับยื่นเอกสารบางอย่างมาให้ พี่เขาบอกว่าช่วงปิดเทอมซัมเมอร์ที่วัดพระธรรมกายจัดบวชพระภาคฤดูร้อน ชื่อโครงการธรรมทายาท โครงการนี้มีนิสิตนักศึกษามาบวชจากทั่วประเทศเลยนะ จากนั้นพี่ประธานก็เล่าอานิสงส์จากการบวชต่างๆนาๆ ผมก็ไม่สนใจเท่าไหร่เพราะฟังไม่เข้าใจ อะไร กัลป์ๆ ก็ไม่รู้ แต่ไปสะดุดประโยคสุดท้าย พี่ประธานเขาบอกว่า “เราต้องบวชให้กับพ่อแม่ในขณะที่ท่านยังมีชีวิตอยู่” ผมได้ยินประโยคนี้ผมจุกในใจเลย ผมลืมไปเลยว่าพ่อแม่ผมไม่ได้อยู่กับเราตลอดไป สักวันท่านก็ต้องจากเราไป แล้วเพื่อนสมัยมัธยมบางคนก็เสียพ่อเสียแม่ไปบ้างแล้ว พี่ประธานชมรมไม่รอช้ารีบยื่นใบสมัครมาให้พร้อมกับรอยยิ้มอย่างมีเลสนัย(น้องคนนี้เสร็จฉันแน่) ผมรับใบสมัครมาแล้วเขียนส่งทันที

...นอกจากผมอยากจะบวชให้กับพ่อแม่แล้ว ก็มีอีกเหตุผลหนึ่งที่ผมตัดสินใจคือ ผมอยากเห็นพ่อกับแม่กลับมานั่งคู่กันอีกครั้ง ง่ายๆผมเป็นเด็กมีปมว่างั้น 555 เนื่องเพราะพ่อแม่ผมท่านแยกทางกันตั้งแต่ผมอยู่ประมาณ ป.๓ แล้วเวลาแถวบ้านเขาจัดงานเทศกาล เช่น งานลอยกระทง เขาก็จะมีโต๊ะจีนให้ในแต่ละครอบครัว ตอนนั้นในงานผมมองไปรอบๆงาน เห็นทุกโต๊ะเขามีพ่อแม่ลูก ส่วนโต๊ะเรามีแค่พ่อกับลูกTT แม่เราอยู่ไหนหนอ.... ไม่ได้คำตอบ ไปยิงพลุเล่นดีกว่า 555

...นับตั้งผมส่งใบสมัครบวช เวลาผมทำบุญอะไร ไม่ว่าจะเป็นสวดมนต์ นั่งสมาธิ ใส่บาตร ปล่อยปลา ผมจะอธิฐานจิตว่า “ขออย่าให้ผมตายก่อนเลย ให้ผมได้บวช ให้พ่อกับแม่ได้มางานบวชของผม” พี่ชมรมคงจะงงที่เห็นผมนั่งหลับตาทำปากขมุบขมิบ พี่เขาจะกลัวผมปล่อยของใส่รึเปล่าหนอ 555 และพี่ชมรมเนี่ยก็ใจร้ายนะ ชอบมาขู่ผมบ่อยๆ ว่า “ใครบวชได้เนี่ย แสดงว่าคนนั้นมีบุญเยอะ” แต่ทำไมพี่ไม่บอกผมล่ะครับว่าผมมีบุญเยอะพอไหม ผมกลัวเข้าไปอีกกลัวไม่ได้บวช กลัวมากเข้ามากเข้า ผมก็เลยเลิกถือศีลห้าเลย...ผมลุยถือศีลแปดเหมือนกับพี่ๆ ชมรมพุทธ ก็ผมกลัวบุญไม่พอที่จะได้บวชนี่น่าทำไงได้ ผมถือศีลแปดตั้งแต่ปีหนึ่งเทอมหนึ่งนั้นแหละครับ อภิบรมมหาหิวข้าวเย็นมากๆๆๆเลย เห็นคนกินข้าวเย็นแล้วมันทรมาน หิวววTT

...ชีวิตผมเดินทางมาถึงใกล้ปิดเทอมสอง ผมก็โทรไปบอกพ่อเรื่องโครงการบวชอีกครั้ง แต่มีเรื่องที่ทำให้ผมตกใจเกิดขึ้น คือ พ่อผมบอกให้เรียนจบก่อนแล้วค่อยบวช ผมถอยไม่ได้แล้วครับ ผมรีบปั่นจักรยานมาชมรมพุทธมาขอยืมสมุดภาพกับซีดีธรรมทายาท แล้วก็เก็บเสื้อผ้าเดินทางกลับบ้านทันที ตลอดทางที่นั่งรถกลับบ้านผมกังวลตลอดกลัวไม่ได้บวช พอถึงบ้านรีบเข้าไปคุยกับพ่อ เปิดสมุดภาพเปิดซีดีให้ท่านดู ใช้เวลาประมาณสี่สิบนาที ท่านก็บอก “จะบวชก็บวชสิ” ผมแทบกระโดดด้วยความดีใจ เย้ๆๆๆๆ จะได้บวชแล้วโว้ย

...โครงการธรรมทายาทที่ผมจะอบรมนั้นเป็นรุ่นที่ ๓๒ คนที่จะอบรมต้องไปสัมภาษณ์กับตรวจร่างกายซึ่งจัดที่คณะวิศวะจุฬาฯ และในวันนั้นมีมินิคอนเสิร์ตด้วย วู้ๆๆ นักร้องเป็นรุ่นพี่ชมรมพุทธจากสถาบันอื่น พี่เขาร้องเพลงเกี่ยวกับธรรมทายาทนี่แหละ พี่เขาร้องว่า “บวชเถอะลูกผู้ชายยยย…..” เสียงเหมือนเสกโลโซมาก ถ้าไว้ผมฟูใส่แว่นตาดำใหญ่ๆจะนึกว่าพี่เสกมาเอง 555 เริ่มต้นของโครงการพวกเราจะต้องไปภาคสนามที่โรงเรียนนายร้อยสามคืนสี่วัน พี่ชมรมบอกว่าเขาต้องการให้น้องๆที่มาอบรมมีวินัยพื้นฐานให้ได้ให้รู้จักกันก่อนในแต่ละสถาบัน เพราะพระธรรมวินัยตอนเป็นพระจะยากกว่าวินัยทางโลกมากนัก ภาคสนามนี่มันก็สนุกมากๆครับ มีฝึกระเบียบแถว เกมส์ฐานต่างๆ เดินทางไกล กิจกรรมป่าแตก และรอบกองไฟ จบภาคสนามตัวผมดำเป็นถ่านเลยทีเดียว 555 ผมรู้จักเพื่อนในสถานบันต่างๆ ได้แลกเปลี่ยนเรื่องราวต่างๆมากมาย เอาเป็นว่าจบภาคสนามครั้งนี้ผมมีเพื่อนใหม่อีกเกือบสามร้อยคน

...หลังจากจบภาคสนามพวกเราก็นั่งรถจากโรงเรียนนายร้อยมาวัดพระธรรมกาย ที่วัดผมเจอพี่ๆชมรมพุทธมาต้อนรับ พี่ๆมาคล้องพวงมาลัยแล้วก็เอาแป้งปะหน้าพวกเรายังกะวันสงกรานต์ จบกิจกรรมต้อนรับพวกเราก็เดินแถวตอนเรียงเดียวไปยังสถานที่ที่เรียกว่าศูนย์ฝึกอบรมธรรมทายาทอาคารแจ่มจันทร์ ไม่รอช้าพระอาจารย์คงกลัวเราหนีกลับบ้าน ท่านเลยทำพิธีตัดปอยผมและปลงผมเสียเลย พอหัวเหม่งใครเป็นใครจำกันไม่ได้เลย มองหาเพื่อนตั้งนานที่แท้นั่งข้างๆ ต้องฝึกจำรูปทรงหัวเพื่อนแต่ละคนใหม่ 555 หลังจากปลงผมพระอาจารย์ก็แจกอุปกรณ์ปักกลด ท่านบอกตลอดระยะเวลาเกือบสองเดือน ธรรมทายาททุกต้องนอนในกลด กลดก็คือร่มคันใหญ่ๆมีมุ้งนั้นแหละครับ พื้นก็มีผ้าพลาสติกกับเสื่อปู หมอนก็ไม่มี มีผ้าห่มผืนบางๆให้ บางคืนนอนดิ้นก็จะออกมานอกมุ้ง ผลคือยุงกัดแดงทั้งตัว กว่าผมจะปรับตัวเรื่องที่หลับที่นอนก็ได้ใช้เวลาไปหลายวันเลยทีเดียว

...พระอาจารย์ท่านสอนผมว่า “เราจะต้องฝึกตนจนเราสามารถที่จะกราบตัวเองให้ได้ก่อน เพราะว่าเมื่อเราบวชแล้วพ่อแม่ต้องกราบเท้าเรา ถ้าเราทำตัวไม่ดีมันจะกินแหนงแคลงใจ” คำสอนนี้มีอิทธิพลกับผมมาก ผมตั้งสัจจะในใจกับตัวเองว่า พระอาจารย์พระพี่เลี้ยงให้ผมทำอะไร ผมจะทำทุกอย่าง ไม่มีข้ออ้างข้อแม้ทั้งสิ้น แต่มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยที่จะทำได้ ธรรมทายาทต้องถือศีลแปดไปเกือบเดือนกว่าจะได้บวช และกิจวัตรในแต่ละวันนี่มันหักดิบชัดๆ ก็ตื่นตีสี่จะไม่ให้เรียกว่าหักดิบได้อย่างไร เช้ามืดทำวัตรเช้านั่งสมาธิ รับบุญประจำวัน(ที่วัดเรียกงานว่าบุญ) สายฟังธรรมนั่งสมาธิ บ่ายฟังธรรมนั่งสมาธิ เย็นซ้อมคำขานนาค ค่ำทำวัตรเย็นฟังธรรมนั่งสมาธิ กว่าจะนอนก็สี่ทุ่มนั้นแหละ ธรรมทายาททุกคนต้องตรงเวลา โดยเฉพาะตอนเข้าแถว ใครช้าพระพี่เลี้ยงท่านจะมียาดีๆขมๆให้กิน ผมไม่เคยกินนะครับ เป็นเด็กดีตรงต่อเวลาตลอด คงมาจากพ่อสอนนั้นแหละ เพราะพ่อผมเป็นทหารเรื่องเวลานี่เป๊ะ

...ใกล้วันบวชเข้ามาทุกทีทุกที พระอาจารย์ท่านแจ้งให้ธรรมทายาททุกคนเขียนไปรษณียบัตรแจ้งพ่อแม่ แจ้งเรื่องวันบวชกับเลขที่ขอขมา ผมเขียนเสร็จก็เอามายกจบหัวแล้วอธิฐานจิตว่า “หลวงปู่ หลวงพ่อ คุณยาย ครับ ช่วยให้พ่อแม่ผมมางานบวชด้วยเทอญครับ สาธุๆๆ” เสร็จอธิฐานก็เอาไปส่งพระพี่เลี้ยง ยิ่งใกล้วันบวชยิ่งตื่นเต้น บางคืนถึงขั้นนอนไม่ค่อยหลับ กลัวไปรษณียบัตรไปไม่ถึงพ่อแม่ กลัวท่านไม่ได้มา กลัวท่านมาไม่ถูก กลัวๆๆๆเต็มไปหมด

...และแล้ววันสำคัญที่สุดในชีวิตก็มาถึง เช้าวันที่ผมจะได้บวช แต่...ผมก็ยังไม่รู้ว่าพ่อแม่ผมมารึเปล่าTT นาคธรรมยาทจะต้องเข้าไปเตรียมตัวในโบสถ์ก่อน ระหว่างนั้นพระอาจารย์ท่านก็มาเทศน์พระคุณพ่อแม่ซ้ำอีกรอบ ในใจผมสับสนในหลายอารมณ์ ทั้งดีใจที่จะได้บวช ทั้งกังวลว่าพ่อกับแม่จะไม่มา ทั้งกลัวลืมลำดับพิธีกรรม แต่ผมก็สลัดความสับสนทิ้งซะ เอาใจกลับมาหยุดนิ่ง ภาวนาสัมมาอะระหัง เพื่อให้ กาย วาจา ใจ สะอาดให้มากที่สุด พ่อกับแม่จะได้บุญจากเราอย่างเต็มที่ พระอาจารย์ท่านบอกว่าพิธีกรรมขอขมาที่จะถึงนี้เป็นพิธีที่ศักดิ์สิทธิ์ เราจะได้ขออโหสิกรรมในสิ่งไม่ดีทั้งหลายที่เราทำกับพ่อแม่ กับญาติพี่น้อง เพื่อให้เราบริสุทธิ์ก่อนที่จะเข้าพิธีบรรพชาอุปสมบท ท่านยังบอกอีกว่า “พิธีนี้จะเห็นนาคให้น้ำกันมากมาย” อืม...ผมคิดในใจว่า ไม่หรอกน่า เราลูกผู้ชาย ไม่มีทางหรอก แค่พิธีขอขมาเอง เพื่อนที่เลขที่ใกล้กันเขาก็หันมาบอกผมว่าเขาก็ลูกผู้ชาย ไม่มีทางให้น้ำหรอก ลูกผู้ชาย ลูกผู้ชาย เข้มแข็ง โย่ว

...นาคธรรมทายาทยืนตั้งแถวในโบสถ์หันหน้าไปที่ประตูเตรียมพร้อมที่จะลงมาขอขมาผู้ปกครอง โดยจะเดินเป็นสองแถวซ้ายขวา ตัวผมเองอยู่ฝั่งขวา ตอนแรกประตูโบสถ์ยังปิดอยู่ผู้ปกครองนั่งตามเลขที่ขอขมาที่หน้าโบสถ์ พอเริ่มพิธีประตูโบสถ์ค่อยๆเปิดออก นาคธรรมทายาทเกือบสามร้อยชีวิตค่อยๆเดินออกมาจากโบสถ์เป็นสองแถวคู่กันไปเรื่อยๆ ระหว่างผมเดินผมตื่นเต้นอีกแล้ว พ่อแม่เราจะมาไหมเนี่ย? ถ้าไม่มาจริงๆก็ไม่เป็นไรถือว่าเราเอาบุญให้ท่านก็แล้วกัน ผมเดินมาถึงเลขที่ของผมแล้วหยุดรอฟังสัญญาณฆ้องหันเข้าหาผู้ปกครอง ผมยังไม่กล้าหันไปดูว่าที่นั่งข้างๆ ใช่พ่อแม่เรารึเปล่า ทันใดนั้นสัญญานฆ้องก็ดังขึ้น โมงงง! นาคธรรมทายาททุกคนหันหน้าเข้าหาผู้ปกครองแล้วนั่งลง ผมหันไปเห็นพ่อแม่ของผม พี่ชายน้องชายก็มาด้วย มาทั้งครอบครัวเลย พ่อใส่เสื้อแขนยาวสีขาวกางเกงสีเทา แม่ใส่เสื้อสีขาวลายลูกไม้นุ่งผ้าถุง ผมแทบจะร้องไห้ แต่พยายามกลั้นไว้ ภาวนาในใจว่า “ลูกผู้ชาย ลูกผู้ชาย” ผมนั่งประนมมือเพื่อเตรียมกราบผู้ปกครอง โดยรอสัญญาณจากพิธีกรนำกราบ ระหว่างนั้นผมก็กลั้นความรู้สึกไว้ กลัวร้องไห้ต่อหน้าพ่อหน้าแม่ เสียงพิธีกรนำกราบดังขึ้น “กราบบบบบ” ผมก้มกราบพ่อแม่ โป้กกก! หัวผมโขกเข้ากับพานผ้าไตร พ่อผมรีบชักพานถอยให้ แหมมม..กำลังจะซึ้งเลย กราบสามครั้งจบก็ต้องกล่าวบทขอขมาว่า “อุกาสะ, ดังข้าพเจ้าทั้งหลายจะขอวโรกาส, กราบลาพ่อแม่ญาติพี่น้อง……” กล่าวไปสามสี่ท่อน ไอ้เพื่อนเลขที่ใกล้ๆ มันร้องไห้อย่างดัง ฮือๆๆๆ สะเทือนสมาธิเรา มันเริ่มจุกมาที่คอแล้ว ผมกลั้นน้ำตาไว้ ตั้งสมาธิกล่าวบทขอขมาต่อไป โดยมีคำว่าลูกผู้ชายเป็นเดิมพัน กล่าวจนจบพ่อกับแม่ก็มอบผ้าไตรให้ จากนั้นนาคธรรมทายาทลุกขึ้นหันหน้าเข้าโบสถ์แล้วก็เดินกลับเข้าไปในโบสถ์ ผมคิดในใจว่า “ไงละ ลูกผู้ชายซะอย่าง” เดินไปหน่อยนึง ในงานเข้าเปิดเพลงที่เนื้อร้อง ประมาณว่า “น้ำตาแม่หลั่งจากใจแม่ริน เพียงแม่ได้ยินคำกล่าวอำลา ดวงใจของแม่จะบรรพชา ติดตามพระสัมมาไปสู่นิพพาน …” เท่านั้นแหละครับ ผ ม ไ ม่ ไ ห ว แ ล้ ว ดุจเขื่อนแตก เดินไปร้องไห้ไป เพื่อนๆลูกผู้ชายรอบๆตัวผมก็ไม่รอด นาคให้น้ำกันทุกคน ฮือๆๆๆTT

...พอเราขึ้นโบสถ์ก็เข้าพิธีบรรพชาเป็นเณรก่อน แล้วจึงทยอยบวชพระตามภันเตอาวุโส ผมได้บวชได้ใส่เครื่องแบบพระ เครื่องแบบทหารกองทัพธรรม หลังจากบวชพระอาจารย์ก็พาพระธรรมทายาทปฏิบัติธรรมกันมากขึ้น ผลการปฏิบัติธรรมของผมดีขึ้นไปตามลำดับ ช่วงท้ายทางโครงการก็พาพระธรรมทายาทไปปฏิบัติธรรมบนดอยที่เชียงใหม่ ผมมีความสุขมากๆ เป็นความสุขที่มาจากภายใน ผมเริ่มเห็นคุณค่าของการบวชมากขึ้น จนวันสุดท้ายของโครงการมาถึง พระอาจารย์ท่านประกาศว่าจะขยายเวลาพิเศษเพิ่มเป็นอีกหนึ่งอาทิตย์ ใครจะอยู่ต่อคงต้องโดดเรียนหนึ่งอาทิตย์ ผมไม่รอช้ารีบสมัครทันที แต่งานเลี้ยงก็ต้องเลิกลา ผมต้องลาสิกขาไปเรียนต่อให้จบ และตั้งใจลึกๆว่า “ผมจะกลับมาบวชอีกอย่างแน่นอน”

...ขอกราบขอบพระคุณพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยที่จัดโครงการดีๆสำหรับเด็กมหาลัยอย่างพวกเราครับ กราบขอบพระคุณพระอาจรย์พระพี่เลี้ยงด้วยครับ และพี่ๆชมรมพุทธทุกคนที่อดทนทำหน้าที่กัลยาณมิตรกับผม

สุดท้ายผมอยากจะบอกว่า “เก้าอี้สีน้ำตาลตัวใหญ่ ผมได้นั่งแล้วนะครับ....


พระวีรชาติ มเหสกฺโข (หลวงพี่ฮอน)
วิศวกรรมศาสตร์​ ม.บูรพา​

2 ความคิดเห็น:

  1. อ่านไปแอบน้ำตาคลอนึกถึงพระคุณของคุณพ่อคุณค่ะ...โครงการนี้ดีจังเลยค่ะ ไหนๆก็ต้องเสียเวลามาบวชแล้ว เราก็เลือกที่บวชที่เราได้อะไรๆหลายๆอย่าง ทั้งฝึกภาคสนาม ถือศีล8ก่อนบวชได้ชำระกายวาจาใจให้สะอาดก่อนบวชจริงๆ ญาติโยมที่มาสนับสนุนงานบวชก็จะได้บุญมากๆจริงๆ. ถ้าผู้ชายทุกคนได้มาบวช ได้มาฝึกฝนทั้งกายวาจาใจแบบนี้ จะมีคนดีๆในสังคมอีกมากมายเลยค่ะ. อนุโมทนาบุญด้วยนะคะ สาธุ

    ตอบลบ
  2. สุดยอดครับหลวงพี่ อ่านแล้วอยากเล่าเรื่องตัวเองบ้าง อนุโมทนาบุญครับ

    ตอบลบ