วันพฤหัสบดีที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

จริงของเอ็ง

จริงของเอง


     พระหนุ่มจะไปสวดมนต์ที่โบสถ์ ระหว่างทางเห็นหอยทากตรงทางเดินหลายร้อยตัว พระหนุ่มสงสารหอยทากกลัวว่ามันจะโดนเหยียบ จึงเดินกลับไปเอาถังมาเก็บหอยทากแล้วนำไปปล่อยที่ข้างสวนผักข้างนอกวัด รุ่งขึ้นอีกวันชาวบ้านหลายสิบคนพากันมาที่วัด มาร้องเรียนปัญหากับหลวงพ่อเจ้าอาวาส ปัญหานั้นก็คือผักในไร่ที่ชาวบ้านปลูกไว้ถูกหอยทากกัดกินเสียหายเป็นจำนวนมาก และชาวบ้านก็เห็นด้วยว่าพระหนุ่มที่วัดนี้เป็นคนนำหอยทากไปปล่อยใกล้ๆ สวนผัก หลวงพ่อเจ้าอาวาสได้ฟังดังนั้นจึงพูดขึ้นว่า "เออ!...จริงของเอ็ง" พระหนุ่มได้ยินดังนั้นจึงรีบแย้งทันทีว่า ถ้าผมไม่ช่วยหอยทาก หอยทากก็อาจจะโดนเหยียบตายได้ หลวงพ่อเจ้าอาวาสได้ยินพระหนุ่มชี้แจงดังนั้น จึงพูดขึ้นว่า "เออ!...จริงของเอ็ง" สามเณรที่ช่วยพัดให้หลวงพ่อหยุดพัดแล้วกราบเรียนหลวงพ่อว่า หลวงพ่อครับ มันจะมีฝ่ายถูกสองฝ่ายได้อย่างไรครับ มันต้องมีฝ่ายหนึ่งถูกฝ่ายหนึ่งผิด หลวงพ่อเจ้าอาวาสได้ยินสามเณรบอกดังนั้น จึงพูดขึ้นว่า "เออ!...จริงของเอ็ง" สามเณรที่อยู่ในครัวกำลังต้มน้ำอยู่ในครัวได้ยินการสนทนาทั้งหมดจึงเดินเข้ามากราบหลวงพ่อเจ้าอาวาสแล้วพูดว่า หลวงพ่อครับ ผมเนี่ยนับถือหลวงพ่อมาตลอด ทำไมเรื่องแค่นี้หลวงพ่อจึงตัดสินไม่ได้ครับ
หลวงพ่อเจ้าอาวาสได้ยินสามเณรบอกดังนั้น จึงพูดขึ้นว่า "เออ!...จริงของเอ็ง" หลังจากนั้นทั้งชาวบ้านพระหนุ่มและสามเณรสองรูปได้โต้เถียงกันไปมา จังหวะนั้นหลวงพ่อเจ้าอาวาสได้ลุกออกไปข้างนอก แล้วเดินกลับมาใหม่พร้อมจอบ แล้วท่านพูดกับทุกคนว่า "พวกเราไปช่วยชาวบ้านปลูกผักกัน"


     ผมได้ข้อคิดจากเรื่องนี้ว่าเมื่อเกิดปัญหาอะไรขึ้น คนเรามักจะหาว่าใครเป็นคนผิด แต่คนมีปัญญาจะไม่ทำอย่างนั้น คนมีปัญญาจะรีบลงมือแก้ไขปัญหานั้นเสียก่อนเป็นอันดับแรก ไม่มัวมาเสียเวลาหาคนผิดก่อน จริงไหมครับท่าน

อ่านแล้วจำมาเล่าโดย
หลวงพี่ฮอน

2 ความคิดเห็น: