วันศุกร์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

โยมไหว้สามทิศ

โยมไหว้สามทิศ

      เช้าๆ อากาศดีอย่างนี้เราควรจะไปไหน สำหรับพระอย่างเราเลือกที่จะไปสั่งสมบุญด้วยการบูชามหาธรรมกายเจดีย์ เจดีย์พระพุทธเจ้าล้านพระองค์ ช่วงนี้ทั้งพรรษาท่านจะได้ยินเสียงสวดธัมมจักรฯหน้าเจดีย์ตลอด ๒๔ น. เพราะสมาชิกทั้งเขตนอกเขตในของวัดพระธรรมกายผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาสวดบทนี้กัน ส่วนรอบผมดึกๆคืนนี้ครับ ตี ห นึ่ ง TT ปลื้มสิรอEYunG บุญพิเศษอย่างนี้จะพลาดได้ไงฮับ แต่ตอนนี้ของบูชาเจดีย์ก่อนละกัน



     ด้วยบุญกุศลที่ข้าพเจ้าตั้งใจบูชามหาธรรมกายเจดีย์ เจดีย์พระพุทธเจ้าล้านพระองค์ ขอให้ข้าพเจ้า..........(อธิฐานทำปากขมุบขมิบ)

     จากนั้นมหกรรมเดินมาราธอนจึงเริ่มขึ้น ผมต้องเดินไปชมรมพุทธน่าจะกิโลก่าๆ ที่จริงผมเนี่ยอยากวิ่งนะ จะไปถึงเร็วๆ แต่พระวิ่งคงไม่งามแน่เลย อิๆ  เดินไปทำสมาธิไปสัมมาอะระหังไปใจเป็นสุขดีครับ ระหว่างเดินสายตาก็ก้มมองพื้นไปด้วย มองหาเพชรพลอยวงเล็บขยะ วัดพระธรรมกายมีคนใหม่ๆมาเสมอ ก็อาจมีบ้างที่เผลอทิ้งขยะลงพื้น หรือบางทีลมอาจพัดขยะออกจากถัง หรือๆพวกเราคนวัดนี่แหละพลาดไป เช่น เวลาดื่มปานะกล่องมักจะทำถุงหลอดหลุดลงพื้นโดยที่ไม่รู้ตัว ที่จริงมันมีวิธีเอาหลอดออกโดยที่ถุงหลอดยังติดอยู่กับกล่องอยู่นะ ไว้มีโยมใจบุญมาถวายปานะ เดี๋ยวจะถ่ายภาพการแกะหลอดให้ดู อิๆ  เอาล่ะ! ไม่ว่าขยะจะมาด้วยเหตุใด ผมจะเดินเก็บให้หมดเลยครับ นี่ไงผลงานผมมมมม!


เจ๋งไหมครับ 55555 ที่มากมายขนาดนี้เพราะหาถังขยะยังไม่เจอ มาเจอถังแรกตรงใกล้ๆแยกที่จะไปรัตนเวชนั้นแหละ ทิ้งลงถังซะ มือเปรอะนิดหน่อยเดี๋ยวไปล้างเอา

     ผมเดินอารมณ์สบายๆ มาถึงข้างวิหารหลวงปู่ ช่วงนั้นเองผมเห็นป้าคนหนึ่งแก่ขี่จักรยานแบบพับได้ ข้ามมาตรงสามแยกสื่อสารองค์กรมาฝั่งวิหารหลวงปู่ ป้าจอดจักรยาน ป้าถอดรองเท้า ป้าหันหน้าไปที่วิหารหลวงปู่ ป้าไหว้แล้วก็ทำปากขมุบขมิบ จากนั้นป้าหันขวาแบบทหารไปทางทิศเหนือ ป้าไหว้แล้วทำปากขมุบขมิบ และสุดท้ายป้ากึ่งขวาหันแล้วก็ไหว้ต่อด้วยทำปากขมุบขมิบ พอจบป้าใส่รองเท้าขึ้นจักรยานแล้วปั่นไปทางเจดีย์ พระธรรมดาอย่างผมก็ลองมโนดูว่าป้าทำอะไรกันนะ อ่อม.....ป้าไหว้หลวงปู่ในวิหารหลวงปู่ ทิศเหนือมีมหาธรรมกายเจดีย์ ป้าไหว้เจดีย์แน่เลย แล้วๆ กึ่งขวาหันล่ะ อืม.....อ้อ! ทิศ ๑๙๖ ไร่ มีโบสถ์ พระประธาน วิหารยาย น่าจะใช่นะ 

     โห!....ป้าเอาบุญบูชาบุคคลที่ควรบูชาจนคุ้มเลย อนุโมทนากับโยมป้านะครับ สาธุๆๆ เรื่องนี้ผมเลยนึกถึงเรื่องไหว้ทิศในสมัยพุทธกาลได้เรื่องของ "บุตรเศรษฐีชื่อ สิงคาลกะ" ที่พ่อก่อนตายสั่งให้ไหว้ทิศทั้งหก สิคาลกะก็ทำตามคำพ่อสั่งทุกๆวัน จนวันหนึ่งมาเจอพระพุทธเจ้าท่านจึงได้ตรัสเฉลยเรื่องทิศทั้งหกที่แท้จริงว่า
 .....ทิศตะวันออก (ทิศบูรพา) อยู่ข้างหน้า ได้แก่มารดา บิดา
.....ทิศตะวันตก (ทิศปัจฉิม) อยู่ด้านหลัง ได้แก่บุตร ภรรยา
.....ทิศเบื้องล่าง ได้แก่บ่าวไพร่
.....ทิศใต้ (ทิศทักษิณ) อยู่ขวามือ ได้แก่ ครูอาจารย์
.....ทิศเหนือ (ทิศอุดร) อยู่ซ้ายมือ ได้แก่ มิตร อำมาตย์
.....ทิศเบื้องบน ได้แก่สมณพราหมณ์

.....คนที่จะทำการไหว้ทิศทั้ง ๖ ให้ได้รับผลดี ต้องเว้นจากการงานที่เศร้าหมอง ๔ อย่าง(ศีลสี่ข้อแรก) จากอคติ ๔ อย่าง เว้นจากทางที่ทำให้เกิดความเสื่อม ๖ อย่างเสียก่อนแล้วจึงควรทำการไหว้  

และข้อปฏิบัติกับทิศทั้งหก(หาอ่านเองนะครับ) พระบรมศาสดาแสดงพระธรรมเทศนาเรื่องทิศทั้ง ๖ จบแล้ว ตรัสว่าถ้าใครไหว้ด้วยการปฏิบัติดังนี้อยู่เป็นประจำ ย่อมสามารถสกัดกั้นอันตรายอันจะมีมากจากทิศเหล่านั้น

.....สิงคาลกมานพฟังแล้วเลื่อมใสศรัทธา กล่าวคำสรรเสริญแล้ว แสดงตนเป็นอุบาสกขอถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ เป็นสรณะตลอดชีวิต นับแต่นั้นมา 

ท้ายสุดนี้ผมคิดว่าป้าคงไม่ได้ไหว้แค่สามทิศหลอก ป้าไหว้ทั้งสี่ทิศแน่เลย ทิศสุดท้ายก็คือที่ศูนย์กลางกายฐานที่เจ็ดเนี่ยแหละครับ ไหว้โดยการหมั่นเอาใจไปหยุดนิ่งกับองค์พระกับดวงภายในบ่อย โดยอาศัยสามทิศแรกเพื่อน้อมจิตน้อมใจให้เข้ามาสู่ทิศที่สี่ โห!...ลงท้ายเป็นอรรถเป็นธรรมเนอะ 5555 ขอเจริญพร 

เดินมาราธอนแล้วมาเล่าโดย
หลวงพี่ฮอน 

 

2 ความคิดเห็น: