วันอังคารที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

เด็ก​ชมรม​พุทธ​ ม.บูรพา​ ตอนที่​ 3 เจอพระตอนตีสอง

เด็ก​ชมรม​พุทธ​ ม.บูรพา​ ตอนที่​ 3 เจอพระตอนตีสอง

คุณฉลองปีใหม่แบบไหนบ้าง งานเลี้ยง ดนตรี เครื่องดื่ม ฯลฯ ไอ้แบบนี้ผมลองมาหมดแล้ว มาลองของแปลกก็ตอนเรียนมหาลัยเนี่ยแหละ มหาลัยมีชมรมแปลกๆ อยู่ชมรมหนึ่ง คุณลองทายสิครับว่าชมรมอะไร?
3 2 1 ชมรมพุทธธธธครับ! แปลกถึงแปลกที่สุด เป็นแหล่งรวมเด็กวัยรุ่นสร้างความดี มีแต่คนพูดเพราะๆ มีแต่คนใจดี มีแต่คนมีศีลมีธรรม เนี่ยแปลกไหมล่ะครับท่าน แล้วชมรมนี้ก็พาผมไปในที่แปลกๆด้วย ที่นั้นก็คือออ วั ด พ ร ะ ธ ร ร ม ก า ย!
วัดนี้แหละครับที่ทำให้ผมฉลองปีใหม่แบบแปลกๆ จะไม่ให้แปลกได้ไง ก็เล่นให้มาอยู่ธุดงค์ถือศีลแปดข้ามปี แถมนอนกลดอีกด้วย โอ้ยๆๆ หลวมตัวตามพี่เขามา แทนที่จะได้กลับไปฉลองที่บ้าน ไปฉลองกับเพื่อนๆสมัย ม.ต้น เหอออ...
อะ เป็นไงเป็นกัน ลองดูสักหน่อย เริ่มต้นเรามาเบิกเสื่อที่สภาธรรมกายสากลก่อนเลยครับ แล้วที่นอนมันอยู่ไหนล่ะ โน้นนนน! วิหารคดทิศตะวันออก เดินไปเครื่องกิโลกว่าๆเอง สมัยนั้นวิหารคดชั้นสองยังไม่ได้สร้าง มีแค่เสาแก้วโด่ๆเท่านั้นเอง แต่ละเสาก็มีเชือกโยงไปมาเพื่อให้ผูกกลด กลดก็เป็นรูปเจดีย์สีน้ำเงิน มีมุ้งคลุมจากกลดลงมาอีกที
ครั้งแรกในชีวิตเลยที่มานอนอะไรแบบนี้ ช่วงค่ำอากาศยังหนาวไม่เท่าไหร่ ผมนั่งสมาธิก่อนนอนตามพี่เขา แล้วก็หลับตาลงอย่างมีความสุข แต่ๆ กลางดึกมีสิ่งที่ทำให้ผมต้องตื่น คือ มีเงาตะคุ่มๆอยู่ข้างตัวผม ผมตกใจมาก พยายามเพ่งไปที่เงานั้น สิ่งที่ผมเห็น คือ พระ ครับ มีพระอาจารย์ท่านกำลังคลุมผ้าพลาสติกกันน้ำค้างให้ ผมเลยนอนนิ่งๆต่อไป กลัวท่านคิดว่าท่านทำให้ผมตื่น ผมยกมือไหว้ท่านในใจครับ กราบขอบพระคุณท่าน นี้เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้ผมรักวัดพระธรรมกาย ศรัทธาในหลวงพ่อและพระที่วัดนี้
แม้วันนี้ผมยังไม่รู้ว่าพระรูปไหนมากางพลาสติกกันน้ำค้างให้ มันอาจต้องใช้เวลานานในการตามหา ผมเลยมาเป็นพระที่วัดพระธรรมกายเสียเลย จะได้มีเวลาตามหาท่านได้ทุกวัน 555

พระวีรชาติ มเหสกฺโข(หลวงพี่ฮอน)
วิศวกรรมศาสตร์ เครื่องกล ม.บูรพา

ทำไมวัยรุ่นเด็กมหาวิทยาลัยถึงเข้าวัดพระธรรมกาย?


ทำไมวัยรุ่นเด็กมหาวิทยาลัยถึงเข้าวัดพระธรรมกาย?

อาจจะมีหลายคำตอบ แต่ส่วนตัวก็พอจะสรุปได้ดังนี้
1.เจอรุ่นพี่ที่เป็นต้นแบบที่มหาวิทยาลัย รุ่นพี่พูดสุภาพ กิริยามารยาทเรียบร้อย อ่อนน้อมถ่อมตน และรักษาศีลเป็นปกติ ประทับใจมากเลยตามรุ่นพี่มาวัด
2.พระอาจารย์ที่มาเทศน์สอนท่านเข้าใจชีวิตเด็กมหาวิทยาลัยเพราะท่านจบการศึกษาทางโลกระดับปริญญาตรีแล้วมาบวช ท่านจึงมีธรรมะที่โดนใจวัยรุ่น
3.วัดพระธรรมกายมีกิจกรรมที่เหมาะกับวัยรุ่น เช่น ค่ายต่างๆ ที่ฝึกให้ดึงศักยาภาพภายในขึ้นมา ฝึกให้เป็นผู้นำ แล้วนำความสามารถที่มีไปใช้ประโยชน์กับงานพระศาสนาและสังคม
4.วัดพระธรรมกาย สะอาด และเป็นระเบียบ
5.คนที่มาวัดจะยิ้มง่ายไหว้ก่อน (ข้อนี้ตกใจมาก เพราะมีรุ่นพี่มายกมือไหว้เราก่อน พี่เขาบอกว่าไหว้ความดีในตัวน้อง ตอนหลังมารู้ว่าคุณยายสอนมา)
6.ที่วัดมีข้าวฟรี เด็กหออย่างเราชอบมาก 555

แค่นี้ละกัน พิมพ์จากมือถือ มันลำบาก
ผ่านมาเกือบสิบปีก็ยังปลื้มไม่รู้ลืม
กราบขอบพระคุณหลวงพ่อ พระอาจารย์ และอนุโมทนากับพี่ๆทุกคน

ย้ำ! เป็นความเห็นส่วนตัว ที่เจอมาเอง ผิดถูกขอน้อมรับ

เจริญพร อ้าว! มาบวชซะแล้ว ^_^
 
Lp Honn

ท่านทั้งหลายจงดูภาพนี้

ท่านทั้งหลายจงดูภาพนี้
แม้ครั้งที่สอง ท่านทั้งหลายจงดูภาพนี้
แม้ครั้งที่สาม ท่านทั้งหลายจงดูภาพนี้

ณ ห้องชมรมพุทธแห่งหนึ่ง
ภาพที่เด็กวัยรุ่นมหาลัยแห่แหนมาฟังธรรมจนล้นห้อง บางคนได้แค่ฟังเสียงพระเทศน์จนตลอดสองชั่วโมง

ทำไม ทำไม ทำไมกัน?
ไม่คุ้นตาใช่ไหมท่าน ที่คุ้นตาเป็นไง
โน้น... แห่แหนไปกินเหล้า
นั้น... แห่แหนไปเที่ยวกลางคืน
นี่... แห่แหนยกพวกตีกัน
แบบนี้ไงที่ท่านคุ้นตา

แล้วเขาทำอย่างไรให้วัยรุ่นมาฟังธรรม? คนมีปัญญาจะถามแบบนี้

คนอับปัญญาก็จะบอกอีกแบบ บอกไง! "เด็กวัยรุ่นพวกนี้ไปกินน้ำล้างสมองเข้า เลยกลายเป็นแบบนี้" ก็ว่าไปนั้น น้ำล้างสมองมีก็ดีสิจะได้ซื้อให้คนทั้งโลกกิน โลกของเราจะได้สงบสุข(ทำหน้าโลกสวยเวลาพูด)

แต่มันจะมีน้ำนั้นจริงก็คงเป็น "น้ำแห่งพระธรรม หรือ ธรรมวารี" มีทั้งน้ำธรรมดา น้ำเย็น และน้ำแข็ง ต้องเลือกใช้ให้ถูกกับบุคคล เด็กวัยรุ่นก็ต้องปรับธรรมะปรับกิจกรรมให้เหมาะกับเขา ค่อยๆตะล่อมไปทีละนิด จนมีความเข้าใจและมีกำลังใจในการทำความดี เท่านี้ก็โดนน้ำล้างสมองแล้ว 5555

... เคยได้ยินมาว่าบางคนที่มาชมรมพุทธ พอเขารู้ว่าเราเข้าวัดพระธรรมกาย เขาถึงขั้นไม่กินน้ำเลยทีเดียว ก ลั ว โ ด น ล้ า ง ส ม อ ง เอย...

ว่าแต่เราโดนไปกี่แก้วเนี่ย???
แล้วท่านละกี่แก้วแล้ว ถึงได้อ่านจนจบ? ^_^

เจริญพร


Lp Honn

เด็ก​ชมรม​พุทธ​ ม.บูรพา​ ตอนที่​ 5 ผมเหนื่อย


เด็ก​ชมรม​พุทธ​ ม.บูรพา​ ตอนที่​ 5

ผมเหนื่อย  ผมง่วงนอน ทำไมเราจะต้องมาทำงานอะไรอย่างนี้ด้วย? เรามาเรียนหนังสือนะ! ไม่ได้มาทำอะไรแบบนี้ ##

ตอนผมเรียนที่มหาลัยตอนปีหนึ่ง ผมว่าผมชอบบรรยากาศชมรมพุทธนะ มีแต่คนนิสัยดี มีศีลมีธรรม พูดจาไพเราะ และพี่ๆชมรมชอบซื้อขนมมาเลี้ยงด้วย 555 ชอบม๊วกเลยของฟรีเนี่ย^-^ ก็เลยไปมันทุกวัน ทำวัตรเช้าทำวัตรเย็นไม่ขาด สวดมนต์จนปิดหนังสือสวดได้เลย เก่งไหมล่ะ555 นั่งสมาธิได้เป็นชั่วโมงๆ ทั้งเมื่อย หลับ ฟุ้ง ครบวงจร

แต่ตอนนั้นมีเรื่องที่ผมไม่เข้าใจอยู่เรื่องหนึ่ง คือ ช่วงนั้นที่ชมรมพุทธจะจัดกิจกรรมเทเหล้าเผาบุหรี่ ผมก็ว่าเป็นเรื่องดีนะ แต่ๆๆ ตอนเตรียมงานนี่สิ ทำไมเราจะต้องทุ่มเทอะไรขนาดนี้ด้วย เขียน cutout ถึงตีสองตีสาม จัดดอกไม้ในงานถึงเช้า ตอนนั้นอยู่ดึกดื่นก็ยังกลับหอไม่ได้ เพราะชมรมส่วนใหญ่มีแต่พี่ผู้หญิง ต้องรอกลับพร้อมๆกันเพื่อความปลอดภัย แล้วมันเป็นอย่างไรล่ะ ก็ง่วงไง เหนื่อยด้วย เริ่มเซ็งนิดๆแล้ว เลยมีเรื่องสงสัยในใจว่า วัดพระธรรมกายเขาสอนคนแบบไหนเนี่ย จึงทำให้พี่ๆเขาไม่ห่วงสุขภาพ ไม่ห่วงเรื่องเรียนกันเลยเหรอ เงินทองก็ไม่ได้สักบาท มาอดหลับอดนอนทำไม? แต่ก็ไม่ได้ถามพี่เขาหรอกเห็นวุ่นๆอยู่ อีกใจก็อดชื่นชมพี่ๆชมรมไม่ได้ สู้กันทุกคนเลย

คำถามในใจตอนนั้น มาได้คำตอบตอนมาบวชภาคฤดูร้อน ในโครงการธรรมทายาทรุ่นที่ 32 โอ้โฮ! ผมเข้าใจแล้ว ผมเข้าใจแล้ว ว่าทำไมพี่เขาถึงได้ทุ่มเทขนาดนี้ อยากรู้ไหมล่ะ...

เฉลย มด 3 ตัว

เพราะที่วัดพระธรรมกายมีบุคคลต้นแบบในการสร้างบารมีแบบ เ อ า ชี วิ ต เ ป็ น เ ดิ ม พั น คือ พระเดชพระคุณหลวงพ่อของเรานี่แหละ แม้ท่านจะอายุมากแล้ว ท่านก็ไม่เคยหยุดในการสร้างความดี ท่านเป็นแรงบันดาลใจให้กับลูกๆทุกคน..

แต่คนข้างนอกเขาไม่รู้หรอก เขาก็ว่าไปต่างๆนาๆ แต่ถ้าใครอยากจะรู้จริงๆละก็ มาๆ มาอบรมธรรมทายกันนะครับ

เสียเหงื่อให้งานบุญ ดีกว่าเสียน้ำตาให้ยาเสพติด

/ภาพประกอบน่าจะมาจากเตรียมงานจุดประทีปวันพ่อ/




พระวีรชาติ มเหสกฺโข (หลวงพี่ฮอน)
วิศวกรรมศาสตร์ เครื่องกล ม.บูรพา
เจริญพร..

เยาวชนแบบไหนที่วัดพระธรรมกายสร้าง

เยาวชนแบบไหนที่วัดพระธรรมกายสร้าง

>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>

ครั้งแรกที่ได้เข้ารับฟังการประชุมสภา V-Star ก่อนหน้านี้ก็รู้ว่าเขามีกิจกรรมนี้อยู่ แต่ไม่เคยได้มาศึกษาหรอกครับ เพราะสายบุญที่ได้รับแต่เดิมคืองานมหาลัย

>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>

สภา V-Star คือ แกนนำเด็กมัธยมด้านศีลธรรมที่มาจากหลากหลายโรงเรียนทุกภาคทั่วประเทศ เด็กๆ จะมาประชุมกันเดือนละครั้งที่วัดพระธรรมกาย จะมีประธานในการนำประชุมกันเอง พี่ประสานงานจะคอยเป็นแค่พี่เลี้ยงให้ พระอาจารย์ก็นั่งฟังไป

>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>

ตัวแทนแต่ละโรงเรียนจะมาเล่าความคืบหน้าของกิจกรรมด้านศีลธรรมที่โรงเรียน และเล่าถึงปัญหาที่เจอในการทำงาน จากนั้นจะมีพี่ประสานงานแนะนำไปทีละโรงเรียน

>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>

เท่าที่ดูพี่ประสานงานจะเริ่มต้นแนะนำด้วยการให้กำลังใจก่อน แล้วจึงแนะนำวิธีการแก้ไขปัญหาต่างๆ

>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>

ปัญหาที่ฟังๆมาเช่น ยังไม่มีทีมทำกิจกรรมบ้าง เพื่อนในโรงเรียนยังไม่เห็นความสำคัญบ้าง ที่หนักๆก็คือคุณครูยังเข้าใจวัดคลาดเคลื่อนไปในทางที่ไม่ดี เลยไม่ค่อยอยากสนับสนุนเด็กๆทำกิจกรรมเท่าไหร่ แต่ฟังๆเด็กพูดแล้วประทับใจในวิธีแก้ไขปัญหา คือ ใช้ความดีเข้าสู้ครับ ให้ท่านเห็นความดีในตัวเรา

>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>

ฟังมาถึงห้าโมงเย็น ยังกะฟังเด็กมหาลัยคุยกัน เด็กเขาคิดประโยชน์เพื่อพระศาสนา เพื่อโรงเรียน เพื่อบุญกุศล สมัยเราอายุเท่านี้ยังไม่ได้เท่านี้เลย

>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>

วัดพระธรรมกายสร้างเยาวชนให้เป็นคนดี ให้มีความกตัญญูกับพ่อแม่ครูบาอาจารย์ ให้รักพระศาสนา และให้ทำหน้าที่กัลยาณมิตรกับผู้อื่น

>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>

วัยรุ่นมีพลังเหลือเฟือ เราควรหากิจกรรมดีๆ ให้วัยรุ่นได้ระเบิดพลังกัน บูมม!

พระวีรชาติ มเหสกฺโข

วันจันทร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

เด็ก​ชมรม​พุทธ​ ม.บูรพา​ ตอนที่​ 2 ทำไมต้องขอเขาด้วย?

เด็ก​ชมรม​พุทธ​ ม.บูรพา​ ตอนที่​ 2 ทำไมต้องขอเขาด้วย?

…..หิมะสีขาว คนพูดมีไอออกปาก เมื่อครั้งยังเด็กเห็นภาพนี้ในทีวี คิดไปตามภาษาเด็กๆว่าฝรั่งเมืองนอกเขาคงมีความสุขกว่าเราแน่เลย เพราะอากาศคงจะเย็นสบาย ส่วนบ้านเราอากาศเย็นๆหนาวๆก็ไม่เกินสองอาทิตย์หรอก สองอาทิตย์ที่เราจะเอาเสื้อหนาวมาอวดกัน จากนั้นเก็บเข้าตู้ไว้รอปีหน้า

…..ผมอยากจะมีความสุขเหมือนฝรั่งในทีวี เด็กอย่างผมก็ไม่หยุดที่จะแสวงหาวิธี วันนั้นแม่ไม่อยู่บ้าน ทั้งบ้านมีแค่ผมคนเดียว โฮ้ๆๆ ได้เวลาทำฝันให้เป็นจริง ผมไปที่ตู้เย็น เอาของทุกๆอย่างออกให้หมด น้ำขวด ผัก หมู ฯลฯ จนเหลือแต่ตู้ว่างๆ เด็กน้อยก็พาตัวเองยัดเข้าในตู้เย็นแล้วก็ปิดประตู้ตู้เย็น…… เออ มันมืด ทำไมตอนเปิดตู้เย็นมันมีไฟส้มๆ นี่หน่า ชั่งเถอะ! เรากำลังจะมีความสุขเหมือนฝรั่งในทีวี

…..ในตู้เย็นมันก็เย็นนั่นแหละครับสบายดี แต่ความคิดมันก็แวบมาว่าถ้าแม่เปิดมาเจอเรา คงโดนดุแน่เลย ว่าแล้วก็รีบเปิดประตูออก โอ๊ะ! ทำไมไฟส้มเพิ่งติดเนี่ย? สงสัยตู้เย็นคงจะเสียต้องบอกแม่ซะแล้ว แต่เป็นโชคดีที่ผมลืมบอกแม่เรื่องไฟส้มตู้เย็น ไม่งั้น แหะๆ สนุกแน่ แต่ท่านคงสังเกตข้าวของในตู้เย็นเปลี่ยนไป ตัวใครตัวมันล่ะครับ ฟิ้วววว

…..ความสุข ผมหามันมาตลอด ผมเก็บเงินซื้อลอเลอร์เบดอยู่หลายเดือน พอได้มันมา ได้ลองเล่นแล้วล้มก็เจ็บก้น ผมหาห่วงยางแล้วว่ายน้ำออกไปทะเลกับเพื่อน คิดว่าถ้าไปให้ไกลจากฝั่งจนไม่เห็นฝั่งคงจะมีความสุข แต่ไปถึงกลับรู้สึกกลัว กลัวปลาฉลาม กลัวคลื่นพัดออกไปไกล พอเริ่มเป็นวัยรุ่น เห็นเพื่อนเขามีเพื่อนหญิงพิเศษกัน เดินไปไหนมาไหนด้วยกันก็คิดว่ามันน่าจะมีความสุข แต่ผมก็รู้ด้วยตัวเองว่ามันไม่ใช้ความสุข หุๆๆ (แอบไม่เล่าเรื่องนี้) 555

…..ความสุข ผมเจอมันแล้วตอน ม.6 ไง ที่เล่าไปครั้งก่อน ที่ผมได้มาวัดพระธรรมกาย ได้นั่งสมาธิโดยฟังเสียงหลวงพ่อจากลำโพง เป็นความสุขที่ทำให้เรายิ้มนิดๆ เป็นความสุขที่ชุ่มๆ อย่างบอกไม่ถูก และอยากจะเจอความรู้สึกนี้ทุกๆวัน และทำให้ผมต้องมาแสวงหาต่อเมื่อมาเรียนที่มหาลัย ผมจำคำพี่ๆที่บ้านจราจรได้ว่า “ถ้าน้องเขามหาลัยแล้วก็ให้เข้าชมรมพุทธนะครับ” ผมก็ทำตามนั้นครับ ตอนสอบเอ็นทรานซ์ผมแอบมาที่ชมรมพุทธ มาเปิดหน้าตาชมรม แอบส่องโต๊ะหมู่ว่ามีดวงแก้วไหม ดีไม่โดนยามจับ5555 จากที่ส่องก็มั่นใจว่าชมรมพุทธที่นี่ไปวัดพระธรรมกายอย่างแน่นอน

…..ส่วนเรื่องที่ผมมาชมรมพุทธได้ไง ไม่รู้ว่าจะมีใครอยากอ่านไหมครับ ก็บทความนี้ผมตั้งใจจะเล่าเรื่องอื่น แต่ถ้าอยากฟังก็ช่วยส่งสัญญาณมาด้วยนะครับ (เชคเรตติ้ง)555 บทความนี้ก็จะอยู่ในช่วงต้นๆเทอมหนึ่งปีหนึ่งเนี่ยล่ะครับ ความรู้ธรรมะอะไรก็ยังไม่มากแม้จะได้ฟังพระอาจารย์จากวัดพระธรรมกายมาเทศน์หลายครั้งก็ตาม ผมพอจะเข้าใจเรื่องการทำบุญมีสามทางใหญ่ๆ คือ ทาน ศีล ภาวนา แต่ผมมาเจออีกกิจกรรมบุญหนึ่งที่ในตอนแรกไม่เห็นด้วยกับพี่ชมรมพุทธอย่างแรง(ทำหน้าเครียดๆ)

…..กิจกรรมนี้ คือ ไ ป บ อ ก บุ ญ ก ฐิ น มันเริ่มต้นหัวค่ำวันหนึ่ง หลังจากที่เราทำวัตรเย็นและนั่งสมาธิเสร็จ พี่ๆชมรมพุทธก็ชวนน้องๆปีหนึ่ง ทุกคนไปบอกบุญกฐินกัน โดยจะถือกล่องกระดาษ A4 ห่อสวยๆ มีป้ายแปะหน้ากล่อง แล้วเดินไปในที่ๆมีคน เพื่อไปบอกบุญเขา บอกตรงๆครับ ผมรู้สึกไม่อยากไปแต่ก็ขัดไม่ได้ ผมเดินตามพี่ๆเว้นระยะห่างสองเมตร ผมรู้สึกอายมาก และวันนี้พี่ชมรมจะพาผมไปในจุดชุมชนที่เรียกว่าซอยสดใส ที่อุดมไปด้วยร้านข้าวและนิสิตมากมาย แน่นอนในที่นั้นต้องมีเพื่อนที่คณะผมอยู่แน่ เรามากันสิบกว่าคน ผมอยู่หลังสุด พอใกล้ถึงทางออกมหาลัยที่จะเข้าซอย ผมก็ถามพี่ผู้หญิงคนหนึ่งว่า “พี่ครับ ทำไมเราต้องมาขอเงินเขาด้วย” พี่คนนั้นก็หยุดเดินแล้วหันมาหาผมพร้อมกับพูดว่า “น้องค่ะ เรามาให้เขาต่างหาก” แล้วพี่ก็หันกลับไปเดินต่ออย่างเร็ว แต่ผมยังไม่เข้าใจอยู่ดีTT พอพวกเราเข้ามาที่หัวซอยก็เข้าไปยังร้านข้าวที่มีคนนั่งกินข้าวอยู่ ผมไม่กล้า ก็เลยยืนอยู่หน้าร้าน ปล่อยให้พี่ๆเขาเข้าไปบอกบุญกันเอง ผมสังเกตในสิ่งที่พี่ๆทำ พี่เขาเข้าไปในร้านแล้วพูดว่า “สวัสดีค่ะ ขอเชิญร่วมบุญกฐินกับชมรมพุทธด้วยกันนะค่ะ” บางคนที่ได้ยินก็ทำบางคนก็ไม่ทำ แต่พี่ๆเขามีรอยยิ้มตลอดเลย แล้วพี่เขาก็จบที่ด้วยประโยคที่ว่า “อนุโมทนาบุญด้วยนะค่ะ สาธุ” ร้านต่อมาผมเริ่มเข้าไปในร้านข้าวบ้างแต่ไปยืนเฉยๆ หลายร้านต่อมาผมเริ่มพูดตามพี่ๆชมรมบ้าง หลายร้านต่อมาผมถือกล่องมีพี่ๆอยู่ข้างๆ และแล้วผมก็สำเร็จวรยุทธ ผมบุกไปทุกร้านข้าวทุกบ้าน โดยที่ไม่มีความอายไม่มีความกลัวเลย เห็นคนเป็นพุ่งเข้าใส่ กระทิงแดง 555

….. “เรามาให้เขา” ประโยคนี้ผมค่อยๆเข้าใจทีหลังว่า “เรามาให้เขาได้ทำบุญกัน” ส่วนตัวเราที่ไปบอกบุญกฐินเขาเรียกว่าไปทำหน้าที่กัลยาณมิตร อานิสงส์ก็คือเราจะมีบริวารดีๆ รอบๆ ตัวเราเลย ไม่ว่าเราจะไปเกิดที่ไหนก็ตาม การทำทานที่เราทำจะส่งผลให้มั่งมี มีกินมีใช้ แต่เราอาจไปเกิดเป็นคนรวยที่รายล้อมด้วยคนชั่วก็ได้ ฉะนั้นนอกจากจะทำทานแล้วเราต้องชวนคนอื่นด้วยเราจะได้ไปเกิดเป็นคนมั่งมีที่มีเพื่อนดี งงป่ะครับ 5555 ดูมีภูมิรู้ภูมิธรรมไหมล่ะ ^_^

…..ลองมาฟังเรื่องปลื้มๆ ที่ผมเจอตั้งแต่ตอนปีหนึ่งถึงปีสี่ จากการที่ไปบอกบุญกฐินกัน แล้วดูว่าคุณชอบเรื่องไหนกัน555

…..๑) เราไปบอกบุญที่ตลาดนัดวังมุข เจอพี่ขอทานขาด้วน เราก็ไปบอกบุญพร้อมเล่าอานิสงส์การทำบุญกฐินให้พี่ขอทานฟัง พี่ขอทานฟังจบ เทเงินในขันแบบคว่ำขันเลย พี่ๆชมรมถึงขันน้ำตาซึม แล้วพวกเราก็ช่วยกันทำบุญใส่ขันพี่ขอทานในจำนวนเงินที่มากกว่าที่พี่ขอทานทำกฐินเสียอีก พี่ขอทานบอก “น้อง พี่ทำบุญกฐินกับน้อง แล้วน้องเอาเงินมาใส่ขันพี่ทำไม” พี่ชมรมบอกพี่ขอทานว่า “พวกหนูทำบุญกับพี่ค่ะ” ท่านพอรู้ไหมว่าทำไมพี่ชมรมถึงกับต้องน้ำตาซึมด้วย ก็เนื่องด้วยเงินในขันมันหมายถึง “ชี วิ ต ข อ ง พี่ ข อ ท า น” ครับ

…..๒) ผมถือกล่องไปบอกบุญกฐินใกล้ๆแยกบางแสน มีร้านข้าวที่เจ้าของร้านนับถือศาสนาคริสตร์ พอผมไปบอก ปรากฏว่าเจ้าของร้านชี้ไปที่รูป พระเยซูหลังร้าน ผมก็บอกว่า “ไม่เป็นไรครับ ให้พี่ได้บุญด้วยกันนะครับ สาธุๆ” แล้วผมก็ไปจุดถัดไป ปีต่อมาผมก็เข้าร้านนี้อีก เจ้าของร้านก็ทำเหมือนเดิม ปีที่สามก็ไปอีก แต่ๆ เจ้าของร้านยิ้มแล้วควักเงินมายี่สิบบาทใส่กล่องทำบุญกฐิน ^-^ ผมถือคติว่ารักแท้แพ้ยาสีฟันยี่ห้อหนึ่ง (ใกล้ชิด) 555

…..๓) ผมไปบอกลุงยามที่นั่งอยู่บนมอเตอร์ไซค์ใต้ธนาคารแห่งหนึ่ง ลุงยามถามว่าเอาไปทำที่ไหน ผมก็บอกไปทำที่วัดพระธรรมกายครับ ลุงทำหน้าดุใส่ผม พร้อมกับใส่คำถามมากมาย คำถามที่ชาววัดเจอบ่อยๆนั้นแหละ แต่ผมไปบวชธรรมทายาทมาแล้วจึงแก้ไปทีละข้อทีละข้อ จนหมดข้อสงสัย ลุงยามจึงทำบุญกับผมมาห้าบาท ว้าว! กัณฑ์เทศน์ครั้งแรก555

…..๔) ที่ตลาดนัดหลังมหาลัย ผมไปยืนถือกล่องบอกบุญอยู่ มีคนเดินผ่านไปผ่านมาทำบ้างไม่ทำบ้าง แต่มีพี่คนเมาเดินเซๆถือกระป๋องเบียร์ แล้วมาหยุดอ่านข้อความที่กล่อง พี่คนเมาก็เอากระป๋องเบียร์วางที่กล่องบอกบุญแล้วควักแบงค์ยี่สิบ มานั่งยองๆ อธิฐานจิต จบอธิฐานก็เอาแบงค์ยี่สิบใส่กล่อง พี่คนเมาบอก “น้องงง พี่..ขอ...เบียร์...คืนนะ เอิกกก” โห..ผมว่าชาติหน้าพี่คนเมาอาจรวยแต่สติไม่ครบแน่เลยครั

…..๕) บุกพัทยา เราไปช่วงเย็นๆ เพราะกลางวันเขานอนกัน ผมไปเจอคนวัดด้วย เห็นในร้านมีรูปหลวงพ่ออยู่ เจอคนขายราดหน้ามีพระของขวัญรุ่นหนึ่ง เจอป้าคนหนึ่งมาทำบุญด้วย ป้าบอกฝันมาหลายวันแล้วว่าจะได้ทำบุญกฐิน เจอพี่ผู้หญิงแต่งตัวเปรี้ยวๆยืนใต้ต้นไม้ เพื่อนผมก็เข้าไปบอกบุญกฐิน ไม่รู้คุยท่าไหนทำบุญมาหนึ่งร้อย ไปบอกบุญพัทยายามค่ำๆเนี่ยไปมาทีแสงสีมันเยอะมากเลยต้องมานั่งสมาธิแก้ฟุ้งซ่านเลย 5555

…..๖) เด็กชมรมพุทธพอได้เข้าใจเรื่องบุญก็ลุยสร้างบุญอย่างเต็มที่ น้องผู้ชายคนหนึ่งเดินบอกบุญกฐินจนรองเท้าคัทชูขาดเป็นปากเป็ดพะงาบๆเลย55 และครั้งที่เดินกันมันที่สุดคือตั้งแต่เช้ายันค่ำ เดินจากตัวเมืองชลถึงบางแสน ไปทั้งบ้าน ร้านค้า วงเหล้า โต๊ะสนุกเกอร์ วินมอเตอร์ไซค์ ป้าแม่ค้า ขอทาน ตำรวจ ทหาร พยาบาล ฯลฯ และช่วงที่ผมกำลังเล่ามันเริ่มช่วงหัวค่ำ เรากำลังจะเดินถึงมหาลัยแล้ว เมื่อยมากๆ แต่เดินด้วยความปลื้มปิตินะครับ ผมมาถึงร้านเหล้าแห่งหนึ่ง ที่มีซุ้มไม้ไว้ลูกค้านั่ง ข้างในมีไฟแดงๆม่วงๆแวบๆ ตอนแรกลังเลว่าจะเข้าไหม แต่อยากให้เขาได้บุญก็เลยเดินเข้าไปกับเพื่อนผู้ชาย พี่ๆน้องๆผู้หญิงให้รอข้างนอก เพราะมันเริ่มค่ำแล้ว กลัวจะไม่งาม ให้แมนๆอย่างผมเข้าไปดีกว่า ผมเดินไปใกล้ซุ้มไม้แต่เนื่องมันมืด มองไม่เห็นขอบไม้ตรงหัว โป้ก! หน้าหงายเลย แต่ต้องเก็บอาการจนทำหน้าที่จบ เพื่อนมาดูที่หน้าผากผม เห็นมีเลือดซิบๆ ไม่เป็นไรใกล้ถึงมหาลัยแล้ว พวกเราก็เดินกันต่อ เดินเข้ามาในมหาลัย เดินๆอย่างมีความสุข ผมถือซองสีน้ำตาลใหญ่หน้าซองแปะป้ายร่วมบุญกฐิน ผมเดินหน้าๆกลุ่ม เดินมาถึงลานธรรมมหาลัย จู่ๆก็มีเสียดัง โพล๊ะ! ที่หัว แล้วมีน้ำใสๆไหลลงมาอาบหน้า เสียงพี่ๆผู้หญิงชมรมพุทธกรี๊ดลั่น(ปกติไม่เคยได้ยิน) ผมหนักๆหัว มองที่พื้นข้างตัวเห็นลูกมะพร้า วแตกเป็นเสี่ยง ผมนั่งลงกับพื้น ผมจำไม่ได้ว่าผมไปไหนมา จำได้แต่พ่อกับแม่ พี่ๆเพื่อนๆพยายามถามอาการ แล้วจะพาไปหาหมอ ผมไม่อยากไปกลัวเสียตังค์(ตอนนั้นลืมว่าเรามีประกัน) ผมเลยให้เบอร์โทรพ่อกับแม่ไว้ที่เพื่อน เผื่ออาการมันหนักจะได้โทรหาท่าน ผมกลับมาพักที่บ้านชายชมรมพุทธ นอนแล้วก็หลับไป เช้ามาผมดีขึ้น ไปเรียนหนังสือได้แต่เจ็บหัวหน่อยๆ ตอนเย็นปั่นจักรยานไปดูจุดเกิดเหตุ เจอมะพร้าวลูกนั้น มันแตกเป็นเสี่ยง 5555 เราเป็นคนหัวแข็ง เลยยิ่งรักในบุญมากยิ่งขึ้น ถ้าไม่มาทำหน้าที่กัลยาณมิตรไปบอกบุญคงไม่ได้มาพิมพ์ให้ท่านๆอ่าน ผมเชื่อมั่นในบุญ ศรัทธาในพระพุทธเจ้า หลวงปู่สด หลวงพ่อธัมมชโย คุณยาย ว่าท่านเป็นที่พึ่งให้เราได้จริงๆ บางอย่างมองไม่เห็นแต่มั่นใจว่ามีจริงโดยเฉพาะเรื่องบารมีธรรมครูบาอาจารย์ และผมคงเป็นเคสสุดท้ายที่มะพร้าวล้นใส่หัว เพราะทางมหาลัยตัดมะพร้าวต้นนั้นไปจนเหลือแต่ตอ 5555 ลาก่อยยย

…..ทุกท่านครับ ผมอยากจะบอกว่าวัดพระธรรมกายที่ท่านเห็นใหญ่ๆเนี่ยถูกสร้างมาจากปัจจัยผู้คนมากมาย ตั้งแต่พี่ขอทานขาด้วนนั่งรถไม้กระดาน ไปจนถึงคุณลุงนั่งรถเบนซ์ ปัจจัยทำบุญยังนำไปใช้ในกิจกรรมเผยแผ่สร้างคนดีมากมาย บางท่านทำบุญแค่บาทเดียวหยอดใส่กล่อง แต่บาทเดียวนี้เป็นแรงผลักดันขับเคลื่อนให้คำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าขยายไปทั่วโลก ผมคิดว่ามันน่าปลื้มนะครับ ท่านคิดว่าไงครับ?

Note
-ชมรมพุทธเราไปทำกฐินหลายวัดนะครับ วัดรอบๆมหาลัยที่เราไปนิมนต์ท่านมางานบุญต่างๆ วัดที่เราคุ้นเคย และวัดพระธรรมกาย
-แอร์โฮสเตส ยิ้มสู้พวกเราไม่ได้หรอก เพราะพวกเรายิ้มให้ทุกคน ไม่ว่าจะร่วมบุญหรือไม่ร่วมบุญ
-ขอบคุณพี่หญิงครับ สำหรับประโยคว่า “เรามาให้เขาต่างหาก”

และตอนนี้ผมคงไปถือกล่องบอกบุญกฐินไม่ได้แล้วครับTT ถื อ ไ ด้ แ ต่ บ า ต ร
 

พระวีรชาติ มเหสกฺโข(หลวงพี่ฮอน)
วิศวกรรมศาสตร์ เครื่องกล ม.บูรพา
เจริญพร

พนักงาน พนักบุญ

พนักงาน พนักบุญ ที่วัดพระธรรมกาย

---------------------------------------------------

ที่วัดพระธรรมกายมีบุคคลากรหลายประเภท เช่น พระภิกษุ สามเณร อุบาสกอุบาสิกา(อุบาสกอุบาสิกาที่วัดก็คือ คนที่เรียนจบ ป.ตรี แล้วมาช่วยงานพระศาสนาในวัด โดยรักษาศีลแปดตลอดชีวิต) และโยมที่มาเป็นพนักงานวัด(รักษาศีลห้า)

-----------------------------------------------------

วันนี้จะเล่าเรื่องเกี่ยวกับพนักงานครับ ที่จริงก็ไม่รู้อะไรมากหรอก แค่อาศัยว่าในทุกๆเช้าหลังจากฉันเช้าและสวดมนต์ที่หอฉันจะต้องเดินไปที่อาคารชมรมพุทธซึ่งจะต้องเดินผ่านโถงช้างสำนักงานใหญ่ทุกวัน ในทุกๆวันก็จะเห็นพนักงานหลายร้อยคนสวดมนต์ทำวัตรเช้าและนั่งสมาธิ แน่นอนจะต้องสมาทานศีลห้าไปด้วย

-----------------------------------------------------

เขามาทำงานในวัด บ้างเป็นแม่บ้าน บ้างเป็นคนสวน บ้างเป็นช่าง เรียกว่ามีบทบาทหลากหลายหน้าที่ ท่านเหล่านี้แม้ทำงานก็ไม่ละทิ้งเรื่องกิจวัตรในการพัฒนาจิต ถ้าคนไม่ใฝ่บุญจริงๆ คงจะอึดอัดแย่

-----------------------------------------------------

ท่านที่ไม่เคยมาวัดพระธรรมกาย อยากมาดูสิ่งนี้มาเลยครับประมาณเจ็ดโมงกว่าที่สำนักงานใหญ่ ท่านจะเห็นอย่างที่ผมเห็น "พนักบุญ"

----------------------------------------------------
พระวีรชาติ มเหสกฺโข

สร้างบัณฑิตที่แท้จริง


สร้างบัณฑิตที่แท้จริง

-----------------------------------------------------------------

ปริญญาคือสิ่งที่รับรองความสำเร็จใช่หรือไม่?

หลายต่อหลายครั้งที่คนเรียนระดับสูงๆ ก่อความวุ่นวายให้กับสังคม คนกลุ่มนี้นำความรู้ที่ได้ร่ำเรียนมาไปเบียดเบียนผู้อื่นจนเดือดร้อนไปทุกหย่อมยาน คนกลุ่มนี้บ้างได้รับโทษทางกฎหมาย บ้างลอยนวล แต่ท้ายสุดก็หนีไม่พ้นกฎแห่งกรรม ฉะนั้นปริญญายังไม่รับรองความสำเร็จที่แท้จริง ตราบจนกว่าผู้นั้นจะเป็นบัณฑิตที่แท้จริง

------------------------------------------------------------------

เมื่อสมัยเป็นนิสิตวิศวะ ผมพบว่าวัดพระธรรมกายได้เข้าไปทำกิจกรรมด้านศีลธรรมกับนิสิตนักศึกษาทั่วประเทศ ทำอย่างเป็นระบบแบบแผน มีการตาม อบรม รักษา และหล่อหลอม จนกระทั่งนิสิตนักศึกษาที่เข้าร่วมกิจกรรมมีสัมมาทิฏฐิ รักการทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนา มีความเคารพอ่อนน้อมต่อผู้ใหญ่ มีความกตัญญูต่อพ่อแม่ครูอาจารย์ และถึงที่สุดสามารถที่จะไปทำหน้าที่กัลยาณมิตรกับบุคคลอื่นได้

------------------------------------------------------------------

ผมมองว่าไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยที่จะทำได้ แต่วัดพระธรรมกายก็ทำได้แล้ว ผมก็เป็นบุคคลหนึ่งที่ถูกกระบวนพัฒนาจนเปลี่ยนไปอย่างมากมาย และในแต่ละปีก็จะมีรุ่นน้องๆ ทยอยเรียนจบเข้าสู่สังคม บ้างมีศรัทธามาบวชเป็นพระ บ้างมาเป็นอุบาสกอุบาสิการักษาศีลแปดช่วยงานพระศาสนา ที่เหลือก็เข้าสู่สังคมเป็นกัลยาณชนที่โลกต้องการ นี่คือสิ่งที่วัดพระธรรมกายให้กับสังคม ประเทศชาติ และโลกใบนี้ ด้วยการสร้างบัณฑิตที่แท้จริงผู้ซึ่งอุดมไปด้วย ศีล สมาธิ และปัญญา

------------------------------------------------------------------
พระวีรชาติ มเหสกฺโข BUU46

เขาว่าวัดพระธรรมกาย น่ า ก ลั ว

เขาว่าวัดพระธรรมกาย น่ า ก ลั ว
ขอยืนยันจำวัดยันเลยว่าไม่ได้เป็นอย่างนั้นหรอกครับ555 ถ้าจะน่ากลัวจริงๆ ก็.....น่ากลัวจะถูกชวนให้เลิกเหล้าเลิกบุหรี่ น่ากลัวจะถูกชวนให้รักษาศีล ชวนนั่งสมาธิ ชวนใส่บาตรพระหน้าบ้าน กระมัง และไม่ได้ชวนกันเล่นๆ นะครับ เอาจริงเอาจังเลย หนักเข้าพวกชวนมาบวชอีก บวชแล้วท่านชวนบวชต่อยาวๆ อีก

น่ากลัวไหมครับที่กล่าวมา^-^ นี่ขนาดเขาว่าน่ากลัวญาติโยมเขาก็ยังมาวัดกันมากมาย ทั้งๆที่วัดถูกด่าว่าใส่ความเรื่องร้ายๆ ฉะนั้นท่านที่บอกว่าวัดพระธรรมกายน่ากลัวคงไม่ใช่แล้วล่ะ ที่น่ากลัว คือ "ใจของท่านเองนั้นแหละ" ใจที่กลัวกับการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น เปิดใจดูครับท่าน วัดพระธรรมกายเปิดทุกวันยังกะเซเว่น ขอแค่มาศึกษาด้วยตัวเองดูก่อน แล้วท่านอาจจะบอกเองว่า "ก็โอนะ" ^_^

Lp Honn

ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเลือก

ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเลือกทางเดินของตนเอง ถ้าสิ่งนั้นตั้งมั่นบนวิถีแห่งศีลธรรม.......

วันนี้บวชมาแล้ว 2,191 วัน อ่ะๆ อย่าเอาไปซื้อหวยนะ เดี๋ยวจะถูกกิน จะหาว่าไม่บอก 5555

ชีวิตพระที่ผ่านมาได้ไปเจอผู้คนมากมายหลากหลายอาชีพการงาน แต่มีคนกลุ่มหนึ่งที่เจอพระแล้วชอบถามคำถามประเภทว่า
หลวงพี่จะบวชนานไหม?
ทำไมหลวงพี่ต้องบวชด้วย?
เรียนจบวิศวะมา แล้วมาบวชไม่เสียดายเหรอ?
ทำไมต้องมาบวชที่วัดพระธรรมกาย
ฯลฯ

ที่จริงคำตอบเรื่องพวกนี้มันสั้นๆครับ แต่ตอบไปชาวบ้านเขาคงไม่เข้าใจ ส่วนใหญ่ก็จะตอบไปกลางๆ ประมาณว่า อ่อม...อยากศึกษาธรรมะ อยากสร้างบุญ ก็ว่าไป(เวลาตอบต้องทำเสียงนิ่งๆด้วย) แต่ในใจมันอยากจะตอบเหตุผลจริงๆมากเลย อึดอัด555

คำตอบจริงๆ ที่อยากจะตอบว่าทำไมถึงมาบงมาบวช ง่ายๆ สั้นๆ ครับ
เพราะ "ที่วัดพระธรรมกายมีพระมหาเถระรูปหนึ่งที่ชื่อว่าหลวงพ่อธัมมชโยครับ" เนี่ยตอบแล้วสั้นๆง่ายๆ แต่อาจทำให้บางคนยิ่งงง5555 คงต้องขยายสักหน่อยโดยเฉพาะท่านที่ไม่เคยมาวัด

เดิมผมไม่ได้ศรัทธาศาสนาพุทธอะไรมากมาย ก็นับถือไปตามๆผู้ใหญ่เขา เขาพาไปวัดก็ไป เขาพาใส่บาตรก็ไป หลวงตาให้ศีลก็รับ รับไปงั้นแหละ ไม่ได้ตั้งใจรักษาอะไรมากมาย ไปวงไปวัดก็หวังขนมก้นบาตรพระ ทองหยิบทองหยอดนี่ยิ่งชอบที่วัดเนี่ยเพียบเลย

จุดเริ่มเปลี่ยนก็มาตอนสมัย ม.6 เคยเล่าไปแล้วไปหาอ่านกันเอง555 แล้วมาเปลี่ยนจริงๆ ก็ตอนเป็นนิสิตวิศวะปี 1 เนี่ยแหละ มาเจอรุ่นพี่ชมรมพุทธที่มหาลัย พี่ๆเขาถือศีลกันหมดเลย มีคุณธรรมต่างๆมากมายจากที่เราเห็น ก็เลยมาชมรมพุทธบ่อยๆ จนพี่ๆเขาชวนบวชภาคฤดูร้อน เลยได้มาศึกษาธรรมะที่วัดมากขึ้น ผมได้ฟังพระอาจารย์สอนในสิ่งต่างๆ และช่วงค่ำก็ได้เข้าโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันได้เจอหลวงพ่อธัมมชโย ในโรงเรียนเราจะเรียกท่านว่าคุณครูไม่ใหญ่ ผมได้คิดตามในสิ่งที่หลวงพ่อท่านสอนมาเรื่อยๆ ซึ่งสิ่งที่ท่านสอนก็คือธรรมะของพระพุทธเจ้าเนี่ยแหละครับ ผมเปลี่ยนไปเป็นคนที่มีศรัทธาในพระพุทธศาสนามากขึ้น รักบุญกลัวบาป และรักในเพศสมณะมากๆ ผมได้เห็นในสิ่งที่หลวงพ่อท่านทำ ท่านทำเพื่อพระศาสนาโดยแท้จริง แม้ท่านจะอายุมากแล้ว แถมอาพาธอีกด้วย ท่านก็ไม่เคยหยุดทำหน้าที่ สิ่งนี้เลยเป็นแรงบันดาลใจให้ผมอยากกลับมาบวชที่นี่เมื่อเรียนจบแล้ว

เชื่อไหมครับว่าตั้งแต่ผมเข้าวัดมาจนได้มาบวชหลังรับปริญญาแล้วเนี่ย ผมไม่เคยได้คุยเป็นการส่วนตัวกับหลวงพ่อท่านเลย ท่านมีภาระกิจพระศาสนามากมายครับ ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ แต่ผมอาศัยศึกษาจากบุคคลต่างๆ ที่ได้มีโอกาสใกล้ชิดท่านเมื่อสมัยก่อนโน้น ศรัทธาผมจึงได้เพิ่มพูนมากขึ้นทุกๆวัน จนมาตัดสินใจบวชอีกครั้งเนี่ยแหละ

และสุดท้ายคือเรื่องธรรมะปฏิบัติครับ เรื่องนี้ถ้าไม่ลงมือปฏิบัติ อธิบายอย่างไรก็ยากที่จะเข้าใจ ถ้าท่านทั้งหลายได้มาวัด ได้ลองปฏิบัติธรรมดู ศรัทธาของท่านก็จะเกิดขึ้นเองล่ะครับ มากเข้า มากเข้า อาจมาบวชด้วยกันก็ได้ 55555

Lp Honn

ศึกสงครามย่อมต้องมีผู้ที่สูญเสีย

ศึกสงครามย่อมต้องมีผู้ที่สูญเสีย สงครามแห่งจิตวิญญาณก็เช่นกัน

พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่า "การสละโลกียวิสัยออกบวช ก็ยาก
การจะยินดีในเพศบรรพชิต ก็ยาก " ชีวิตคนเรานั้นต้องการความสุข แต่ความสุขในโลกนี้คงแบ่งเป็นสอง คือ ความสุขแบบชาวโลกทั่วไป และความสุขจากการปฏิบัติ ผู้ที่ตั้งใจออกบวชก็มุ่งหวังความสุขจากการปฏิบัติเป็นหลัก แต่เมื่อใดที่มีเหตุให้เหินห่างจากความสุขจากการปฏิบัติ จิตก็จะเริ่มไขว่คว้าความสุขแบบชาวโลกมากขึ้น ชีวิตการบวชก็จะไม่ยั่งยืนเหมือนไม้ใกล้ฝั่ง

งานพระศาสนาที่ทำก็เพื่อเผยแผ่ ส่วนอนิสงส์ก็คงเป็นบารมีติดตัวไป งานพระศาสนาอาจจะยิ่งใหญ่มีคนมาร่วมมากมาย แต่หากละเลยการฝึกจิตชีวิตสมณะก็จะอยู่ในอันตราย เพราะชีวิตสมณะเหมือนอยู่ในดงแห่งศาสตราวุธ เผอเรอเป็นเสร็จทุกราย ชีวิตพระเหมือนทหารทำการรบ ต้องรักษาชีวิตเพื่อทำภารกิจให้สำเร็จ ทหารที่มีชีวิตเท่านั้นที่จะสามารถทำการรบได้

ทุกครั้งที่เพื่อนทหารล้มลงสิ้นลมหายใจ คงได้แค่เหลี่ยวมองเนื่องเพราะต้องทำการรบต่อไป แต่ในใจก็สัญญาอยู่ว่าเมื่อเสร็จศึกแล้ว ก็จะกลับมาหา เพื่อ "พานายกลับบ้านของเรา ณ แดนไกล ที่เราจากมา"

Lp Honn

ผมคิดว่าวัดพระธรรมกายสร้างเล็กไป

ผมคิดว่าวัดพระธรรมกายสร้างเล็กไป

๖ พรรษากว่าแล้วกับการบวชเป็นพระอยู่วัดนี้ ได้รู้ได้ศึกษาฝึกฝนในหลายๆอย่าง ที่ว่าหลายๆอย่างในมหาลัยก็ไม่มีสอน เช่น เกิดมาทำไม ตายแล้วไปไหน อะไรคือเป้าหมายชีวิต ฯลฯ เนี่ยเรียนจบวิศวะมาไม่มีสอนเรื่องพวกนี้เลย ทั้งๆที่เราจะต้องเจอมันแน่ๆในอนาคต

หัวเรื่องที่ว่าวัดพระธรรมกายสร้างเล็กไป ท่านก็ลองดูภาพที่ผมแนบมาสิ ภาพนี้เป็นภาพที่ระเบียงโบสถ์วัดพระธรรมกาย คือ ในทุกปีวัดก็จะมีพิธีกรรมทางสงฆ์ที่พระทั้งวัดจะต้องไปรวมกันที่โบสถ์ เช่น อธิฐานเข้าพรรษา ออกพรรษา และเนื่องจากพระที่วัดเยอะมากๆ เยอะขนาดที่ว่าในตัวโบสถ์เองไม่สามารถรองรับได้ ต้องขยายออกมาที่ระเบียงไล่ไปถึงบันไดหน้าโบสถ์ ในโบสถ์ส่วนใหญ่ที่เข้าไปนั่งก็เป็นพระเถระมหาเถระขึ้นไป ผมเองพระเด็กๆนั่งด้านนอกครับ ฟังเสียงจากลำโพงเอา โดยเฉพาะเสียงหลวงพ่อตอนให้โอวาท เสียงท่านจะเบาๆ บางช่วงเสียงท่านถึงกับหายไปเพราะสุขภาพท่านไม่ดีเลย

บางปีเจ้าบุญ ฝนก็มีอารมณ์มาตก น้ำก็เริ่มไหลไปตามจุดต่างๆของระเบียง ตอนแรกพระท่านก็พยายามหลบพยายามหาวิธีไม่ให้เปียก สุดท้ายก็ตัดใจนั่งลงไปในน้ำนั้นแหละ ประกอบพิธีกรรมไป ฟังโอวาทหลวงพ่อไป ทำสมาธิไป ไม่มีรูปไหนบ่นเลย ทุกรูปปลื้มปีติที่ได้ฟังเสียงหลวงพ่อ เพราะหลวงพ่อที่เป็นผู้นำในการสร้างบารมีให้กับพระทุกๆรูป

แม้ขณะนี้หลวงพ่อท่านอาพาธหนัก ไม่สามารถมาสอนได้ ผมก็ไปหาไฟล์เสียงท่านมาเปิดฟัง ฟังไปทบทวนไปใจก็เป็นสุข นอกวัดอาจจะมีเรื่องมากมาย แต่อย่างไรก็ต้องรักษาใจให้ใสๆ ให้มีแต่เมตตาจิต อย่างไรเราก็เป็นเพื่อนร่วมเกิดแก่เจ็บตายด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น...

Lp Honn

คุณมองวัดพระธรรมกายแบบที่ผมมองเห็นไหม

คุณมองวัดพระธรรมกายแบบที่ผมมองเห็นไหม

บางครั้งก็อยากรู้ว่าคนข้างนอกที่ไม่เคยมาวัดพระธรรมกายเลย เขามองวัดแบบไหนกัน ก็เลยไปท่องโลกโซเชียล(ภาษาวัยรุ่นเรียกว่า "ส่องเฟส") ตามเพจต่างๆ ก็เจอข้อมูลแบบที่ท่านทั้งหลายเจอๆนั้นแหละ ทั้งภาพตัดต่อข้อความใส่ร้ายบิดเบือนด่าว่าต่างๆนาๆ นานๆทีจะเจอแบบชื่นชม บางทีคนชื่นชมอาจมีมากแต่ไม่แสดงออก(เข้าข้างตนเอง555) แต่ที่หน้าสนใจในความคิดเห็นหนึ่งคือ เขาเอาภาพงานบุญที่วัดพระธรรมกายจัด ไปเปรียบเทียบกับภาพแถวทหารสมัยสงครามโลก และกองทัพกรีกโรมัน ผมเจอข้อคิดเห็นนี้ ผมคิดในใจเลยว่า “เจ๋งอ่ะ” แสดงว่าความเป็นระบบระเบียบของชาววัดพระธรรมกายมันทะลุทะลวงเข้าไปในจิตใจของเขาแล้ว แม้เขาอาจมีอคติอยู่บ้าง แต่เขายอมรับเรื่องระบบระเบียบของเรา

ถ้าถามว่าทำไมวัดพระธรรมกายจะต้องจัดระบบระเบียบอะไรขนาดนี้ด้วย ก็ตอบง่ายๆ คือ คนมาวัดเป็นแสนๆ ถ้าไม่มีระบบระเบียบก็พังพินาศสิครับ มาวัดจะให้สงบก็ต้องทำอย่างนี้แหละ หลายๆคนที่ชอบมาวัดเพราะเขาบอกว่าถึงคนจะมาเยอะแต่มันไม่วุ่นวาย ถึงเวลาปฏิบัติธรรมใจก็สงบมีความสุขดี

เรื่องระบบระเบียบนี้ก็ถูกสอนมาจากคุณยายอาจารย์ผู้ให้กำเนิดวัดพระรรมกาย ส่งต่อมาถึงหลวงพ่อธัมมชโย หลวงพ่อทัตตะ จนมาถึงพวกเราทุกๆคนเนี่ยแหละ ยังมีสิ่งที่ “เจ๋งอ่ะ” อีกหลายอย่างที่อยู่ในวัดแห่งนี้ ก็อยากให้ท่านทั้งหลายได้มาลองศึกษาดู แล้วท่านจะมองเห็นอย่างที่ผมเห็น ท่านก็จะบอกว่า “เจ๋งอ่ะ” เหมือนกันแน่เลย 555

LP Honn

มาซัลโวคนพาลกัน

มาซัลโวคนพาลกัน

สงครามจะแพ้ชนะกันไม่ได้อยู่ที่จำนวนกำลังพลแต่เพียงอย่างเดียว ยังมีปัจจัยหลายอย่างประกอบด้วย หนึ่งในนั้น คือ ชัยภูมิ

ไปเมืองจันครั้งแรกๆ โยมพาไปที่หนึ่ง จำชื่อไม่ได้แล้ว มันมีปืนใหญ่โบราณหลายกระบอกอยู่บนเนินสูง หันหน้าออกไปที่ทะเล ได้ไปยืนอยู่ตรงปืนใหญ่ก็เลยรู้ว่าทำไมต้องอยู่บนเนินสูง เพราะมันเห็นได้ไกล ข้าศึกวิ่งมาแต่ไกลจะได้ซัลโวทัน โอ้ย...บาปๆๆ

ชีวิตนักสร้างบารมีก็เช่นกัน เมื่อต้องเจอกับคนพาลที่มีอำนาจยิ่งใหญ่อลังการงานสร้างสะพานยาวข้ามโลก(เวอร์นิสนะ) เราก็ต้องหาชัยภูมิของเรา โดยนั่งรถไปที่อีสาน ไม่ใช่ล่ะ! เข้าเรื่องๆ โดยต้องทำในสิ่งที่เราถนัด แต่ก่อนจะว่าเรื่องที่เราถนัด ไปดูสิ่งที่คนพาลถนัดก่อน คนพาลถนัดข่มขู่ กล่าวตู่ พูดปด ใส่ร้าย ใช้กำลัง ปิ้นป้อน บิดเบือน อ้างกฎทั้งที่ตนไม่ทำตามกฎ อะไรอีกล่ะ ไปนึกเองล่ะกัน 555 เนี่ย! ถ้าพวกเราลงไปใช้วิธีแบบนั้น เราแพ้คนพาลแน่นอนเพราะเราไม่เก่ง ไม่ใช่ชัยภูมิของเรา

แล้วเราเก่งอะไร เราเก่ง ใส่บาตร ถวายสังฆทาน ปล่อยนก ปล่อยปลา ปล่อยกบ ปล่อยเขียด รักษาศีล ๕ ศีล ๘ ศีล ๑๐ ศีล ๒๒๗ นั่งสมาธิ สัมมาอะระหัง ฟังธรรม แผ่เมตตา ชี้แจงความจริง ใจใส ถวายปานะพระ(ที่กำลังพิมพ์55) กวาดลานวัด ล้างวิมาน(ห้องน้ำ) เก็บเพชรพลอย(ขยะ) ฯลฯ เนี่ย แบบนี้เราถนัด เป็นชัยภูมิของเรา เราก็อยู่ตรงเนี่ยแหละ อยู่แล้วใจสูง จะได้เห็นคนพาล จะได้ซัลโวคนพาลได้ เราอย่าลงจากเนินไปข้างล่างเลยมีแต่เสียกับเสีย

เจริญพร

LP Honn

แยกขยะ


พระในวัดพระธรรมกาย
ท่านที่ไม่เคยมาวัด ท่านที่มองมาจากภายนอก อาจมองภาพพระที่มาบวชอยู่ที่วัดพระธรรมกายว่าอยู่อย่างสบายๆ ที่จริงแล้วมันคงไม่ได้สบายแบบชาวโลกหรอก แต่มันสะดวก คือสะดวกในการปฏิบัติธรรม เมื่อปฏิบัติธรรมจึงเจอสบาย แต่เป็นสบายใจ ทำให้บวชไปได้เรื่อยๆอย่างมีความสุข
ก่อนบวชบางท่านเป็นนายทหาร นายตำรวจ ข้าราชการผู้ใหญ่ ดร. นักธุรกิจ หรืออาชีพต่างๆที่มีเกียรติในสังคม หลวงพ่อท่านก็มีวิธีการฝึกลูกศิษย์ของท่าน คือใครที่มาบวชที่วัดพระธรรมกายต้องลดทิฐิให้ได้ ต้องฝึกล้างห้องน้ำ(ขัดวิมาน) ฝึกทำงานเป็นทีม ฝึกการตรงต่อเวลา ฝึกความอดทน และที่ท่านจะเจอแน่ๆ คือ ไปแยกเพชรพลอย(ขยะ)ที่ 58 ไร่
ทุกงานบุญใหญ่ ญาติโยมมาเป็นแสน เจ้าหน้าที่วัดทำงานไม่ไหวก็เลยขอความเมตตามายังพระ พระก็ไปกัน ไปครั้งแรกเห็นกองขยะเนี่ยสูงท่วมหัวเลย มีหลายกองด้วยแต่โชคดีที่ชาววัดฝึกทิ้งขยะโดยแยกเป็นประเภทต่างๆ เลยไม่ลำบากมากเท่าไหร่ ทำไปก็ทำสมาธิไป ลดทิฐิไปด้วย ก็มีความสุขดี
ยังมีอะไรอีกมากมายที่อยู่ในวัดพระธรรมกาย แค่ท่านเข้ามาศึกษาด้วยใจที่สบายๆ แล้วอย่าลืมทิ้งขยะให้ถูกประเภทล่ะ ^_^ เจริญพร
Lp Honn