วันจันทร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

เด็ก​ชมรม​พุทธ​ ม.บูรพา​ ตอนที่​ 2 ทำไมต้องขอเขาด้วย?

เด็ก​ชมรม​พุทธ​ ม.บูรพา​ ตอนที่​ 2 ทำไมต้องขอเขาด้วย?

…..หิมะสีขาว คนพูดมีไอออกปาก เมื่อครั้งยังเด็กเห็นภาพนี้ในทีวี คิดไปตามภาษาเด็กๆว่าฝรั่งเมืองนอกเขาคงมีความสุขกว่าเราแน่เลย เพราะอากาศคงจะเย็นสบาย ส่วนบ้านเราอากาศเย็นๆหนาวๆก็ไม่เกินสองอาทิตย์หรอก สองอาทิตย์ที่เราจะเอาเสื้อหนาวมาอวดกัน จากนั้นเก็บเข้าตู้ไว้รอปีหน้า

…..ผมอยากจะมีความสุขเหมือนฝรั่งในทีวี เด็กอย่างผมก็ไม่หยุดที่จะแสวงหาวิธี วันนั้นแม่ไม่อยู่บ้าน ทั้งบ้านมีแค่ผมคนเดียว โฮ้ๆๆ ได้เวลาทำฝันให้เป็นจริง ผมไปที่ตู้เย็น เอาของทุกๆอย่างออกให้หมด น้ำขวด ผัก หมู ฯลฯ จนเหลือแต่ตู้ว่างๆ เด็กน้อยก็พาตัวเองยัดเข้าในตู้เย็นแล้วก็ปิดประตู้ตู้เย็น…… เออ มันมืด ทำไมตอนเปิดตู้เย็นมันมีไฟส้มๆ นี่หน่า ชั่งเถอะ! เรากำลังจะมีความสุขเหมือนฝรั่งในทีวี

…..ในตู้เย็นมันก็เย็นนั่นแหละครับสบายดี แต่ความคิดมันก็แวบมาว่าถ้าแม่เปิดมาเจอเรา คงโดนดุแน่เลย ว่าแล้วก็รีบเปิดประตูออก โอ๊ะ! ทำไมไฟส้มเพิ่งติดเนี่ย? สงสัยตู้เย็นคงจะเสียต้องบอกแม่ซะแล้ว แต่เป็นโชคดีที่ผมลืมบอกแม่เรื่องไฟส้มตู้เย็น ไม่งั้น แหะๆ สนุกแน่ แต่ท่านคงสังเกตข้าวของในตู้เย็นเปลี่ยนไป ตัวใครตัวมันล่ะครับ ฟิ้วววว

…..ความสุข ผมหามันมาตลอด ผมเก็บเงินซื้อลอเลอร์เบดอยู่หลายเดือน พอได้มันมา ได้ลองเล่นแล้วล้มก็เจ็บก้น ผมหาห่วงยางแล้วว่ายน้ำออกไปทะเลกับเพื่อน คิดว่าถ้าไปให้ไกลจากฝั่งจนไม่เห็นฝั่งคงจะมีความสุข แต่ไปถึงกลับรู้สึกกลัว กลัวปลาฉลาม กลัวคลื่นพัดออกไปไกล พอเริ่มเป็นวัยรุ่น เห็นเพื่อนเขามีเพื่อนหญิงพิเศษกัน เดินไปไหนมาไหนด้วยกันก็คิดว่ามันน่าจะมีความสุข แต่ผมก็รู้ด้วยตัวเองว่ามันไม่ใช้ความสุข หุๆๆ (แอบไม่เล่าเรื่องนี้) 555

…..ความสุข ผมเจอมันแล้วตอน ม.6 ไง ที่เล่าไปครั้งก่อน ที่ผมได้มาวัดพระธรรมกาย ได้นั่งสมาธิโดยฟังเสียงหลวงพ่อจากลำโพง เป็นความสุขที่ทำให้เรายิ้มนิดๆ เป็นความสุขที่ชุ่มๆ อย่างบอกไม่ถูก และอยากจะเจอความรู้สึกนี้ทุกๆวัน และทำให้ผมต้องมาแสวงหาต่อเมื่อมาเรียนที่มหาลัย ผมจำคำพี่ๆที่บ้านจราจรได้ว่า “ถ้าน้องเขามหาลัยแล้วก็ให้เข้าชมรมพุทธนะครับ” ผมก็ทำตามนั้นครับ ตอนสอบเอ็นทรานซ์ผมแอบมาที่ชมรมพุทธ มาเปิดหน้าตาชมรม แอบส่องโต๊ะหมู่ว่ามีดวงแก้วไหม ดีไม่โดนยามจับ5555 จากที่ส่องก็มั่นใจว่าชมรมพุทธที่นี่ไปวัดพระธรรมกายอย่างแน่นอน

…..ส่วนเรื่องที่ผมมาชมรมพุทธได้ไง ไม่รู้ว่าจะมีใครอยากอ่านไหมครับ ก็บทความนี้ผมตั้งใจจะเล่าเรื่องอื่น แต่ถ้าอยากฟังก็ช่วยส่งสัญญาณมาด้วยนะครับ (เชคเรตติ้ง)555 บทความนี้ก็จะอยู่ในช่วงต้นๆเทอมหนึ่งปีหนึ่งเนี่ยล่ะครับ ความรู้ธรรมะอะไรก็ยังไม่มากแม้จะได้ฟังพระอาจารย์จากวัดพระธรรมกายมาเทศน์หลายครั้งก็ตาม ผมพอจะเข้าใจเรื่องการทำบุญมีสามทางใหญ่ๆ คือ ทาน ศีล ภาวนา แต่ผมมาเจออีกกิจกรรมบุญหนึ่งที่ในตอนแรกไม่เห็นด้วยกับพี่ชมรมพุทธอย่างแรง(ทำหน้าเครียดๆ)

…..กิจกรรมนี้ คือ ไ ป บ อ ก บุ ญ ก ฐิ น มันเริ่มต้นหัวค่ำวันหนึ่ง หลังจากที่เราทำวัตรเย็นและนั่งสมาธิเสร็จ พี่ๆชมรมพุทธก็ชวนน้องๆปีหนึ่ง ทุกคนไปบอกบุญกฐินกัน โดยจะถือกล่องกระดาษ A4 ห่อสวยๆ มีป้ายแปะหน้ากล่อง แล้วเดินไปในที่ๆมีคน เพื่อไปบอกบุญเขา บอกตรงๆครับ ผมรู้สึกไม่อยากไปแต่ก็ขัดไม่ได้ ผมเดินตามพี่ๆเว้นระยะห่างสองเมตร ผมรู้สึกอายมาก และวันนี้พี่ชมรมจะพาผมไปในจุดชุมชนที่เรียกว่าซอยสดใส ที่อุดมไปด้วยร้านข้าวและนิสิตมากมาย แน่นอนในที่นั้นต้องมีเพื่อนที่คณะผมอยู่แน่ เรามากันสิบกว่าคน ผมอยู่หลังสุด พอใกล้ถึงทางออกมหาลัยที่จะเข้าซอย ผมก็ถามพี่ผู้หญิงคนหนึ่งว่า “พี่ครับ ทำไมเราต้องมาขอเงินเขาด้วย” พี่คนนั้นก็หยุดเดินแล้วหันมาหาผมพร้อมกับพูดว่า “น้องค่ะ เรามาให้เขาต่างหาก” แล้วพี่ก็หันกลับไปเดินต่ออย่างเร็ว แต่ผมยังไม่เข้าใจอยู่ดีTT พอพวกเราเข้ามาที่หัวซอยก็เข้าไปยังร้านข้าวที่มีคนนั่งกินข้าวอยู่ ผมไม่กล้า ก็เลยยืนอยู่หน้าร้าน ปล่อยให้พี่ๆเขาเข้าไปบอกบุญกันเอง ผมสังเกตในสิ่งที่พี่ๆทำ พี่เขาเข้าไปในร้านแล้วพูดว่า “สวัสดีค่ะ ขอเชิญร่วมบุญกฐินกับชมรมพุทธด้วยกันนะค่ะ” บางคนที่ได้ยินก็ทำบางคนก็ไม่ทำ แต่พี่ๆเขามีรอยยิ้มตลอดเลย แล้วพี่เขาก็จบที่ด้วยประโยคที่ว่า “อนุโมทนาบุญด้วยนะค่ะ สาธุ” ร้านต่อมาผมเริ่มเข้าไปในร้านข้าวบ้างแต่ไปยืนเฉยๆ หลายร้านต่อมาผมเริ่มพูดตามพี่ๆชมรมบ้าง หลายร้านต่อมาผมถือกล่องมีพี่ๆอยู่ข้างๆ และแล้วผมก็สำเร็จวรยุทธ ผมบุกไปทุกร้านข้าวทุกบ้าน โดยที่ไม่มีความอายไม่มีความกลัวเลย เห็นคนเป็นพุ่งเข้าใส่ กระทิงแดง 555

….. “เรามาให้เขา” ประโยคนี้ผมค่อยๆเข้าใจทีหลังว่า “เรามาให้เขาได้ทำบุญกัน” ส่วนตัวเราที่ไปบอกบุญกฐินเขาเรียกว่าไปทำหน้าที่กัลยาณมิตร อานิสงส์ก็คือเราจะมีบริวารดีๆ รอบๆ ตัวเราเลย ไม่ว่าเราจะไปเกิดที่ไหนก็ตาม การทำทานที่เราทำจะส่งผลให้มั่งมี มีกินมีใช้ แต่เราอาจไปเกิดเป็นคนรวยที่รายล้อมด้วยคนชั่วก็ได้ ฉะนั้นนอกจากจะทำทานแล้วเราต้องชวนคนอื่นด้วยเราจะได้ไปเกิดเป็นคนมั่งมีที่มีเพื่อนดี งงป่ะครับ 5555 ดูมีภูมิรู้ภูมิธรรมไหมล่ะ ^_^

…..ลองมาฟังเรื่องปลื้มๆ ที่ผมเจอตั้งแต่ตอนปีหนึ่งถึงปีสี่ จากการที่ไปบอกบุญกฐินกัน แล้วดูว่าคุณชอบเรื่องไหนกัน555

…..๑) เราไปบอกบุญที่ตลาดนัดวังมุข เจอพี่ขอทานขาด้วน เราก็ไปบอกบุญพร้อมเล่าอานิสงส์การทำบุญกฐินให้พี่ขอทานฟัง พี่ขอทานฟังจบ เทเงินในขันแบบคว่ำขันเลย พี่ๆชมรมถึงขันน้ำตาซึม แล้วพวกเราก็ช่วยกันทำบุญใส่ขันพี่ขอทานในจำนวนเงินที่มากกว่าที่พี่ขอทานทำกฐินเสียอีก พี่ขอทานบอก “น้อง พี่ทำบุญกฐินกับน้อง แล้วน้องเอาเงินมาใส่ขันพี่ทำไม” พี่ชมรมบอกพี่ขอทานว่า “พวกหนูทำบุญกับพี่ค่ะ” ท่านพอรู้ไหมว่าทำไมพี่ชมรมถึงกับต้องน้ำตาซึมด้วย ก็เนื่องด้วยเงินในขันมันหมายถึง “ชี วิ ต ข อ ง พี่ ข อ ท า น” ครับ

…..๒) ผมถือกล่องไปบอกบุญกฐินใกล้ๆแยกบางแสน มีร้านข้าวที่เจ้าของร้านนับถือศาสนาคริสตร์ พอผมไปบอก ปรากฏว่าเจ้าของร้านชี้ไปที่รูป พระเยซูหลังร้าน ผมก็บอกว่า “ไม่เป็นไรครับ ให้พี่ได้บุญด้วยกันนะครับ สาธุๆ” แล้วผมก็ไปจุดถัดไป ปีต่อมาผมก็เข้าร้านนี้อีก เจ้าของร้านก็ทำเหมือนเดิม ปีที่สามก็ไปอีก แต่ๆ เจ้าของร้านยิ้มแล้วควักเงินมายี่สิบบาทใส่กล่องทำบุญกฐิน ^-^ ผมถือคติว่ารักแท้แพ้ยาสีฟันยี่ห้อหนึ่ง (ใกล้ชิด) 555

…..๓) ผมไปบอกลุงยามที่นั่งอยู่บนมอเตอร์ไซค์ใต้ธนาคารแห่งหนึ่ง ลุงยามถามว่าเอาไปทำที่ไหน ผมก็บอกไปทำที่วัดพระธรรมกายครับ ลุงทำหน้าดุใส่ผม พร้อมกับใส่คำถามมากมาย คำถามที่ชาววัดเจอบ่อยๆนั้นแหละ แต่ผมไปบวชธรรมทายาทมาแล้วจึงแก้ไปทีละข้อทีละข้อ จนหมดข้อสงสัย ลุงยามจึงทำบุญกับผมมาห้าบาท ว้าว! กัณฑ์เทศน์ครั้งแรก555

…..๔) ที่ตลาดนัดหลังมหาลัย ผมไปยืนถือกล่องบอกบุญอยู่ มีคนเดินผ่านไปผ่านมาทำบ้างไม่ทำบ้าง แต่มีพี่คนเมาเดินเซๆถือกระป๋องเบียร์ แล้วมาหยุดอ่านข้อความที่กล่อง พี่คนเมาก็เอากระป๋องเบียร์วางที่กล่องบอกบุญแล้วควักแบงค์ยี่สิบ มานั่งยองๆ อธิฐานจิต จบอธิฐานก็เอาแบงค์ยี่สิบใส่กล่อง พี่คนเมาบอก “น้องงง พี่..ขอ...เบียร์...คืนนะ เอิกกก” โห..ผมว่าชาติหน้าพี่คนเมาอาจรวยแต่สติไม่ครบแน่เลยครั

…..๕) บุกพัทยา เราไปช่วงเย็นๆ เพราะกลางวันเขานอนกัน ผมไปเจอคนวัดด้วย เห็นในร้านมีรูปหลวงพ่ออยู่ เจอคนขายราดหน้ามีพระของขวัญรุ่นหนึ่ง เจอป้าคนหนึ่งมาทำบุญด้วย ป้าบอกฝันมาหลายวันแล้วว่าจะได้ทำบุญกฐิน เจอพี่ผู้หญิงแต่งตัวเปรี้ยวๆยืนใต้ต้นไม้ เพื่อนผมก็เข้าไปบอกบุญกฐิน ไม่รู้คุยท่าไหนทำบุญมาหนึ่งร้อย ไปบอกบุญพัทยายามค่ำๆเนี่ยไปมาทีแสงสีมันเยอะมากเลยต้องมานั่งสมาธิแก้ฟุ้งซ่านเลย 5555

…..๖) เด็กชมรมพุทธพอได้เข้าใจเรื่องบุญก็ลุยสร้างบุญอย่างเต็มที่ น้องผู้ชายคนหนึ่งเดินบอกบุญกฐินจนรองเท้าคัทชูขาดเป็นปากเป็ดพะงาบๆเลย55 และครั้งที่เดินกันมันที่สุดคือตั้งแต่เช้ายันค่ำ เดินจากตัวเมืองชลถึงบางแสน ไปทั้งบ้าน ร้านค้า วงเหล้า โต๊ะสนุกเกอร์ วินมอเตอร์ไซค์ ป้าแม่ค้า ขอทาน ตำรวจ ทหาร พยาบาล ฯลฯ และช่วงที่ผมกำลังเล่ามันเริ่มช่วงหัวค่ำ เรากำลังจะเดินถึงมหาลัยแล้ว เมื่อยมากๆ แต่เดินด้วยความปลื้มปิตินะครับ ผมมาถึงร้านเหล้าแห่งหนึ่ง ที่มีซุ้มไม้ไว้ลูกค้านั่ง ข้างในมีไฟแดงๆม่วงๆแวบๆ ตอนแรกลังเลว่าจะเข้าไหม แต่อยากให้เขาได้บุญก็เลยเดินเข้าไปกับเพื่อนผู้ชาย พี่ๆน้องๆผู้หญิงให้รอข้างนอก เพราะมันเริ่มค่ำแล้ว กลัวจะไม่งาม ให้แมนๆอย่างผมเข้าไปดีกว่า ผมเดินไปใกล้ซุ้มไม้แต่เนื่องมันมืด มองไม่เห็นขอบไม้ตรงหัว โป้ก! หน้าหงายเลย แต่ต้องเก็บอาการจนทำหน้าที่จบ เพื่อนมาดูที่หน้าผากผม เห็นมีเลือดซิบๆ ไม่เป็นไรใกล้ถึงมหาลัยแล้ว พวกเราก็เดินกันต่อ เดินเข้ามาในมหาลัย เดินๆอย่างมีความสุข ผมถือซองสีน้ำตาลใหญ่หน้าซองแปะป้ายร่วมบุญกฐิน ผมเดินหน้าๆกลุ่ม เดินมาถึงลานธรรมมหาลัย จู่ๆก็มีเสียดัง โพล๊ะ! ที่หัว แล้วมีน้ำใสๆไหลลงมาอาบหน้า เสียงพี่ๆผู้หญิงชมรมพุทธกรี๊ดลั่น(ปกติไม่เคยได้ยิน) ผมหนักๆหัว มองที่พื้นข้างตัวเห็นลูกมะพร้า วแตกเป็นเสี่ยง ผมนั่งลงกับพื้น ผมจำไม่ได้ว่าผมไปไหนมา จำได้แต่พ่อกับแม่ พี่ๆเพื่อนๆพยายามถามอาการ แล้วจะพาไปหาหมอ ผมไม่อยากไปกลัวเสียตังค์(ตอนนั้นลืมว่าเรามีประกัน) ผมเลยให้เบอร์โทรพ่อกับแม่ไว้ที่เพื่อน เผื่ออาการมันหนักจะได้โทรหาท่าน ผมกลับมาพักที่บ้านชายชมรมพุทธ นอนแล้วก็หลับไป เช้ามาผมดีขึ้น ไปเรียนหนังสือได้แต่เจ็บหัวหน่อยๆ ตอนเย็นปั่นจักรยานไปดูจุดเกิดเหตุ เจอมะพร้าวลูกนั้น มันแตกเป็นเสี่ยง 5555 เราเป็นคนหัวแข็ง เลยยิ่งรักในบุญมากยิ่งขึ้น ถ้าไม่มาทำหน้าที่กัลยาณมิตรไปบอกบุญคงไม่ได้มาพิมพ์ให้ท่านๆอ่าน ผมเชื่อมั่นในบุญ ศรัทธาในพระพุทธเจ้า หลวงปู่สด หลวงพ่อธัมมชโย คุณยาย ว่าท่านเป็นที่พึ่งให้เราได้จริงๆ บางอย่างมองไม่เห็นแต่มั่นใจว่ามีจริงโดยเฉพาะเรื่องบารมีธรรมครูบาอาจารย์ และผมคงเป็นเคสสุดท้ายที่มะพร้าวล้นใส่หัว เพราะทางมหาลัยตัดมะพร้าวต้นนั้นไปจนเหลือแต่ตอ 5555 ลาก่อยยย

…..ทุกท่านครับ ผมอยากจะบอกว่าวัดพระธรรมกายที่ท่านเห็นใหญ่ๆเนี่ยถูกสร้างมาจากปัจจัยผู้คนมากมาย ตั้งแต่พี่ขอทานขาด้วนนั่งรถไม้กระดาน ไปจนถึงคุณลุงนั่งรถเบนซ์ ปัจจัยทำบุญยังนำไปใช้ในกิจกรรมเผยแผ่สร้างคนดีมากมาย บางท่านทำบุญแค่บาทเดียวหยอดใส่กล่อง แต่บาทเดียวนี้เป็นแรงผลักดันขับเคลื่อนให้คำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าขยายไปทั่วโลก ผมคิดว่ามันน่าปลื้มนะครับ ท่านคิดว่าไงครับ?

Note
-ชมรมพุทธเราไปทำกฐินหลายวัดนะครับ วัดรอบๆมหาลัยที่เราไปนิมนต์ท่านมางานบุญต่างๆ วัดที่เราคุ้นเคย และวัดพระธรรมกาย
-แอร์โฮสเตส ยิ้มสู้พวกเราไม่ได้หรอก เพราะพวกเรายิ้มให้ทุกคน ไม่ว่าจะร่วมบุญหรือไม่ร่วมบุญ
-ขอบคุณพี่หญิงครับ สำหรับประโยคว่า “เรามาให้เขาต่างหาก”

และตอนนี้ผมคงไปถือกล่องบอกบุญกฐินไม่ได้แล้วครับTT ถื อ ไ ด้ แ ต่ บ า ต ร
 

พระวีรชาติ มเหสกฺโข(หลวงพี่ฮอน)
วิศวกรรมศาสตร์ เครื่องกล ม.บูรพา
เจริญพร

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น