ผู้หญิงที่ผมรัก...
เธออาจไม่สวยเหมือนนางสาวไทย
แต่ใจเธองามกว่าสิ่งใดในจักรวาล
เธออาจไม่ใช่คนที่ดีที่สุดสำหรับใคร
แต่เธอดีพอที่จะดูแลผมให้เป็นคนดี
เธออาจไม่ร่ำรวยเหมือนเศรษฐี
แต่เธอมั่งมีการให้อภัยแก่ผม
เธอคนนั้น คือ แม่ของผมเอง
ผมจำภาพแรกที่ลืมตาดูโลกได้อย่างชัดเจน ภาพนั้นคือใบหน้าของแม่นั้นเอง แม้ตอนนั้นยังไม่รู้จักว่าคือใคร
ทุกวันหลังเลิกเรียนแม่จะเตรียมขนมไทยๆ ให้ไว้ในถุง แม้ผมจะไม่รู้จักชื่อมัน แต่ผมก็กินมันจนหมด
แม่ให้ผมขี่จักรยานขายขนมครก ผมขายไม่ได้เลยสักกระทง แม่คงสอนผมว่า "เงินหายาก"
ชีวิตผมได้อยู่กับแม่แค่ถึงชั้น ป.4 ก็มีเหตุให้เราต้องแยกจากกันไกล แต่เราจะมาเจอกันปีละครั้ง และทุกครั้งที่เจอกัน แม่จะจับไปตัดเล็บมือเล็บเท้าให้
เมื่อผมเริ่มเป็นวัยรุ่นผมเคยเขียนจดหมายไปขอกีตาร์จากแม่ แต่แม่กับส่งเสื้อผ้ามาให้ ตอนนั้นไม่เข้าใจว่าทำไม ตอนนี้เข้าใจแล้วครับ แม่กำลังสอนเรื่องคำว่า "จำเป็น"
ก่อนเข้าเรียนมหาวิทยาลัยคณะวิศวะผมตั้งใจว่าบาร์ผับมีกี่ที่จะเข้าให้หมด แต่แม่โทรมาสั่งว่าห้ามกินเหล้า ผมเลยต้องเข้าชมรมพุทธแทน
ตอนขึ้นปี 4 ผมไม่มีเงินเรียน ผมโทรบอกแม่ว่าจะดรอปไปหางานทำก่อน แม่ไปคุยกับเจ้านายแม่ เจ้านายแม่เลยออกค่าเทอมให้ผม
ตอนผมรับปริญญา แม่ไปตัดชุดสวยๆสีชมพูเพื่อมางานรับปริญญาผม แล้วผมก็เห็นแม่ใส่แค่ครั้งเดียว
เนี่ยแหละครับ ผู้หญิงที่ผมรัก... ถึงเวลาต้องตอบคุณท่าน แต่ผมเลือกที่จะตอบแทนคุณท่านแบบข้ามชาติ วันนี้ผมอาจไม่ได้มีดอกมะลิกลับบ้านกลับไปกราบแม่เหมือนลูกคนอื่นเขา เนื่องเพศภาวะแห่งภิกขุ แต่สิ่งที่มอบให้คือบุญบารมีีจากการบวชในทุกๆอนุวินาทีที่จะติดตามแม่ไป แม้ในวันที่เราต้องจากกันไปในที่ที่ไกลแสนไกล...
.. วันนี้โทรไปให้พรโยมแม่ เล่าเรื่องที่พี่ชายกับน้องชายโพสต์รูปโยมแม่ลงในเฟส ท่านดีใจปลื้มใจ ท่านเป็นห่วงลูกๆทุกคน
ปั่นจักรยานขายขนมครกแล้วมาเล่าให้ฟังโดย
หลวงพี่ฮอน

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น